มีคนชมอยู่ 7 คน
หน้าหลัก ð เว็บบอร์ดð ðสมุดเยี่ยมðติดต่อเรากวยð รูปภาพ ð วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2560
    ผู้เข้าชม : 1064698 คน

       ศิลปวัฒนธรรมกวย
       วิถีชีวิตกวย
       ช้างกับกวย
       พิธีกรรมกวย
       ห้องสมุดกวย
       โครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้กวย
       โครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       วีดิทัศน์ประวัติศาสตร์และพิธีกรรมกวย/ส่วย

       โครงการสร้างอุทยานทางพระพุทธศาสนา
       เจดีย์
       พระพุทธรูป
       รูปเหมือนบุคคลสำคัญ
       สังเวชนียสถาน
       สิ่งศักดิ์สิทธิ์

       ภาษากวย(ส่วย)
       สนทนาภาษากวย
       ฟังเสียงพุทธธรรมภาษากวย
       พจนานุกรมกวย
       ภาษาบังคับช้าง

       ประวัติศาสตร์กวย
       วิถีชีวิตชาวกวย
       การศึกษาวิเคราะห์มรรควิธีแห่งโกอาน

       หลักสูตรพระพุทธศาสนา
       สื่อการสอนพระพุทธศาสนา
       แผนการสอนพระพุทธศาสนา
       กิจกรรมการเรียนการสอน
       ที่อยู่สถาบันอุดมศึกษา

       ข้าวมะลิ
       ผ้าไหม
       ผลิตภัณฑ์ OTOP กวย

       มูลนิธิกวย
       ทุนนิธิกวย
       ทุนการศึกษากวย
       มูลนิธิหลวงพ่อพระพุทธเมตตา

       วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
       มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย
       วัดไทยไวสาลี อินเดีย
       วัดไทยพุทธกตัญญูรัชคุณวิหาร อินเดีย
       จังหวัดสุรินทร์
       อำเภอสังขะ
       สถาบันการศึกษา
       หมู่บ้านในเขตตำบลขอนแตก
       วัดในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนจิตรลดา

       สมาชิกเข้าระบบ
       ลืมรหัสผ่าน
       สมัครสมาชิกใหม่




เธชเธฒเธฃเธ™เธฒเธ–

*****

พาราณสี สภาพปัจจุบัน

                ลักษณะพื้นที่ของเมืองพาราณสีตั้งคู่ขนานไปกับแม่น้ำคงคา ตัวเมืองใหญ่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกห่างจากแม่น้ำคงคาไปไม่ไกลนักเป็นศูนย์กลางการคาและแหล่งผ้าไหมอันลือชื่อของแคว้นกาสีในอดีต ชื่อของศูนย์กลางการค้าของเมืองพาราณสี อาทิ โคดาวเลีย ลาหุรปี เจาคัมบา เป็นต้น

                ถนนในตัวเมืองพลุกพล่านไปด้วยรถนานาชนิด ผู้คนเดินกันขวักไขว่และนอกจากนี้ยังมีฝูงสัตว์ เช่น โค กระบือ สุกร สุนัข แพะ แกะ ลา ต่างก็เดินกันไปตามถนนเป็นประหนึ่งว่าตนก็มีสิทธิ์ใช้ถนนเช่นกัน โดยไม่มีการทำร้ายซึ่งกันและกัน เป็นเมืองที่แปลกที่สุดก็ว่าได้

                ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมือง เป็นที่ตั้งสถานีรถไฟประจำเมืองพาราณสี นับเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีถึง ๑๐ ชานชาลา สามารถเดินทางไปได้แทบทุกรัฐใน ๒๙ รัฐของอินเดีย อาจกล่าวได้ว่าเป็นศูนย์กลางรถไฟของอินเดีย สำหรับการเดินทางระหว่างเมืองและรัฐในอินเดีย มีผู้อินเดียคนนิยมเดินทางโดยรถไฟเพราะค่อนข้างสะดวกรวดเร็วและราคาถูก จากสถิติปัจจุบันมีรถไฟจำนวน ๖๐ ขบวนต่อวันเข้ามารับส่งผู้โดยสารในเมืองพาราณสี ดังนั้นจึงค่อนข้างสะดวกในการเดนทางจากที่ต่างๆ ของอินเดียไปยังเมืองพาราณสี

                เดินทางไกลออกไปทางชานเมืองข้ามแม่น้ำ “วรณา” หรือ “วรุณะ” ประมาณ ๑๕ กิโลเมตรจะถึงตำบลสารนาถอันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนานั่นคือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าของแสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์แรก (ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร) หลังจากที่พระองค์ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณที่พุทธคยา

                ปัจจุบันเมืองพาราณสีมีประชากรประมาณ ๔ ล้านคน สินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ผ้า พรม ผ้าไหม ส่าหรี เมืองพาราณสีเป็นอำเภอหนึ่งใน ๘๕ อำเภอของรัฐอุตตรประทศ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งจากรัฐบาลกาลาง (เดลี) จำนวน ๑ คน และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งจากรัฐบาลท้องถิ่น (รัฐอุตตรประเทศ) จำนวน ๖ คน

                เมืองพาราณสีอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ๘๐.๑๘ เมตร ช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิสูงสุด ๔๘ องศาเซลเซียส ต่ำสุด ๓๒.๐๒ องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอุณหภูมิสูงสุด ๒๕.๕๐ องศาเซลเซียส ต่ำสุด ๕ องศาเซลเซียส

พาราณสีสมัยพุทธกาล

                กรุงพาราณสี ในสมัยที่เจริญรุ่งเรืองมีอาณาบริเวณกว้างขวางกว่า ๓ โยชน์ มหาโควินทะ เป็นสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ของนครแห่งนี้ รายพระนามของกษัตริย์ที่ปกครองกรุงพาราณสี ได้มีปรากฏในชาดกต่างๆ เช่น พระเจ้าอังคะ พระเจ้าอุคคะเสนะ พระเจ้าธนัญชัย พระเจ้าธัตรัฏฐะ พระเจ้าทุปปาสหะ พระเจ้าอโศกมหาราช พระเจ้าปเสนทิโกศล และกษัตริย์อีก ๑๖ พระองค์ ซึ่งเป็นบุรพกษัตริย์ของพระวงศ์พระเจ้าโอกกากุด้วย

                พาราณสี เป็นชื่อที่เก่าแก่และเป็นชื่อที่เรารู้จักกันมานานตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ และก็ยังเป็นชื่อที่ฮิตติดหูเสียด้วยซ้ำไป จะเห็นว่าในพระไตรปิฎก มักจะกล่าวถึงเมืองพาราณสีอยู่เสมอๆ แม้กระทั้งการบำเพ็ญเป็นพระโพธิสัตว์ของพระพุทธองค์ก็ดี ก็มักจะกล่าวถึงเมืองพาราณสีเสียส่วนมาก เพราะฉะนั้นเราอาจกว่าได้ว่า เมืองพาราณสีเท่ากับว่า “เป็นสนามสอบความเป็นพระพุทธเจ้า” ก็ว่าได้

ที่ตั้งเมืองสารนาถ

                สารนาถ ตั้งอยู่ชาญเมืองเมืองพาราณสี  รัฐอุตตรประเทศอยู่ ห่างจากสถานีรถไฟสารนาถ  ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ๑๖  กิโลเมตร

                ในสมัยพุทธกาล  สถานที่แห่งนี้เรียกว่า  ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน  ซึ่งแปลว่า  ป่าเป็นที่ตกลงแห่งฤาษี  หรือ  ป่าเป็นที่ประชุมแห่งฤาษีอันเป็นที่ให้อภัยแก่เนื้อ (กวาง)  ปัจจุบันเรียกว่า  สารนาถ  ซึ่งมาจากคำว่า  สรังค + นาถ  แปลว่า  เจ้าแห่งกวาง  หรือ ที่พึ่งแห่งกวาง คือเป็นเขตอภัยทานแก่สัตว์นั่นเอง

สถานที่แสดงปฐมเทศนา

                หลังจากพระพุทธองค์ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ  และเสวยวิมุตติสุขอยู่บริเวณพุทธ คยา ตลอด ๗ สัปดาห์แล้ว  จึงทรงดำริว่า  “เราควรจะแสดงธรรมแก่ใครก่อนหนอ” ทรงเกิดความคิดว่า  “อาฬารดาบสเป็นบัณฑิต ท่านจักรู้ทั่วถึงธรรมนี้ได้ฉับพลัน” ทรงสำรวจทบทวนก็ทรงทราบว่าอาฬาร ดาบสสิ้นชีวิตไป    วันแล้ว  เมื่อทรงระลึกถึงอุททกดาบส  ก็ทรงทราบว่าอุททกดาบสสิ้นชีวิตแล้ว ตอนพลบค่ำ  ก็ทรงนึกถึงปัญจวัคคีย์อีกว่า  “บัดนี้  ปัญจวัคคีย์อยู่ที่ไหนหนอ”  เมื่อทรงทราบว่าอยู่ที่ป่า        อิสิปตนมฤคทายวัน  กรุงพาราณสี  พระองค์จึงทรงเดินทางจากอุรุเวลาเสนานิคม ถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (๑๘ โยชน์ = ๒๘๘ กม.)  ใช้เวลาเดินทาง ๑๑ วัน เพื่อไปโปรดปัญจวัคคีย์

                ในระหว่างทางทรงพบอาชีวกนักบวชชื่อว่า  อุปกะ  พระพุทธองค์ทรง บอกแก่เขาว่า  พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า แต่อุปกะได้แต่เพียงตะแคงศีรษะแล้วเดินหลีกไป  โดยไม่สนใจฟังธรรมใด ๆ จากพระองค์

                ครั้งถึงวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ  ก็ได้เสด็จถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ณ เจาคัณฑีสถูปแล้ว ได้ไปแสดงธรรมที่ธรรมเมกขสถูป ทรงประกาศแก่ปัญจวัคคีย์ว่า  พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าแล้วเสด็จประทับบนพุทธอาสน์ที่พวกปัญจวัคคีย์จัดถวาย  ทรงแสดง “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ทำให้ท่านอัญญาโกญฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรมและขออุปสมบทเป็นพระสงฆ์รูปแรกในพระพุทธศาสนา ทำให้พระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ คือ มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ และเมื่อทรงแสดง “อนัตตลักขณสูตร” ทำให้ปัญจวัคคีย์ทั้งหมดได้ขออุปสมบทแล้วได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

                พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมโปรดยสะ บุตรเศรษฐีชาวเมืองพาราณสีและบิดามารดาภรรยาของยสะ จนทุกคนแสดงตนเป็นพุทธมามะ เป็นอุบาสกอุบาสิกาชุดแรกที่เข้าถึงพระรัตนตรัยโดยเฉพาะ ยสะได้ขออุปสมบท และมีเพื่อนอีก ๕๔ คนตามออกบวชด้วย ทั้งหมดบรรลุอรหันต์ รวมกับปัญจวัคคีย์แล้ว เป็น ๖๐ องค์ เป็นสมณทูตชุดแรกที่พระพุทธองค์ได้ส่งไปประกาศพระศาสนาตามที่ต่าง ๆ ทั่วชมพูทวีป

                ในยุคของพระเจ้าอโศกมหาราช ได้เสด็จมานมัสการที่สารนาถแล้วได้สร้างถาวรวัตถุไว้มากมายรวมถึงเสาหินด้วย สารนาถเจริญรุ่งเรื่องตลอดมา จนถึงยุคราชวงศ์คุปตะ ท่านมสณะเหี้ยนจังได้เดินทางมาจากประเทศจีนได้บันทึกในจดหมายเหตุว่า มีพระอยู่ประจำ ๑,๕๐๐ รูป มีระสถูปสูงประมาณ ๑๐๐ เมตร มีศิลาจารึกจองพระเจ้าอโศกและถาวรวัตถุมากมาย

                เมื่อสมัยกษัตริย์โมกุล นำกองทัพอิสลามเข้ารุกรานอินเดีย พระพุทธศาสนาถูกทำลายไปด้วย แม้สารนาถก็ถูกเผาทำลายลง จนท่านอนาคาริกธรรมปาละ ชาวศรีลังกา ได้บูรณะขึ้นอีกครั้ง

พุทธสถานและสถานที่สำคัญ

                . เจาคันธีสถูป

                เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงพบกับปัญจวัคคีย์เป็นครั้งแรก หลักจากปัญจวัคคีย์หนีมาอยู่    ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน  โดยทิ้งให้พระองค์ทรงบำเพ็ญความเพียรอยู่แต่ลำพังเพียงพระองค์เดียวที่อุรุเวลาเสนานิคม  บริเวณภูเขาดงคสิริในปัจจุบัน

                เจาคันธีสถูปนี้อยู่ห่างจากป่าอิสิปตนมฤคทายวันประมาณ    กิโลเมตร เดิมทีพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้ประมาณ พ.ศ. ๒๔๐ ต่อมาได้บูรณะในสมัยคุปตะ (Gupta)  สูงประมาณ  ๗๔  ฟุต  ตามประวัติกล่าวไว้ว่า  พระเจ้าอักบาร (Akbar)  ได้ซ่อมแซมทำเป็นรูป    เหลี่ยม  ในปี  .. ๒๐๓๑  เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระเจ้าหุมายุน  หรือ พระเจ้าหะมายุน (Hamayun)  ซึ่งเป็นพระราชบิดาของพระองค์เอง  ซึ่งได้ถูก เชอชาห์  ชาวมุสลิมตามล่า  พระองค์ได้เสด็จหนีมาหลบซ่อนอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัย

                . ธัมเมกขสถูป

                ธัมเมกขสถูป   เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรง แสดงธรรมกัณฑ์แรก  คือ  ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร  เนื้อความในเบื้องต้นนั้น ได้กล่าวถึงการปฏิบัติตนว่า  ไม่ควรยึดความสุดโต่งสองทาง  คือ :-

                . ไม่ควรทำตนให้หมกมุ่นอยู่ในเรื่องของกามคุณใช้ชีวิตสิ้นเปลือง แบบไม่มีประโยชน์อะไร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการติดสุข  หมกมุ่นอยู่ในเรื่องของกามคุณ ๕

                . ไม่ควรทรมานตนเอง  และจริงจังกับสิ่งที่ไม่จีรังจนเกินไป  จนชีวิตได้รับแต่ทุกขเวทนาหาความสุขและความสำเร็จอะไรไม่ได้  เป็นการทำตนให้เหนื่อยหน่ายเปล่าและลำบากเปล่า

                ทั้งสองประการนี้  พระพุทธองค์ต้องการที่จะชี้ให้ปัญจวัคคีย์เห็นว่า  สิ่งที่พระองค์ได้ปฏิบัติมาแล้ว  และไม่ใช่ทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการแสวงหาโมกขธรรม  ซึ่งกลุ่มปัญจวัคคีย์ก็เห็นตามนั้นจริง ๆ

                จากนั้น  พระพุทธองค์ก็ชี้นำทางไปสู่ความสำเร็จให้แก่ปัญจวัคคีย์  คือหลักมัชฌิมาปฏิปทา  ซึ่งแปลว่า  ทางสายกลาง  เพราะเป็นข้อปฏิบัติอันพอดี ที่จะนำไปสู่จุดหมายแห่งความหลุดพ้น  เป็นอิสระ  ดับทุกข์  ปลอดปัญหา ไม่ติดข้องในทางสุดโต่งทั้งสองหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  มรรคมีองค์     ประการ  (Noble  Eightfold  Path)

                ความเป็นมาของธัมเมกสถูป  ตามที่นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ทางศาสนา  ได้วินิจฉัยเอาไว้ว่า  “เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรง  ประทับนั่งแสดงธรรม  และเป็นเครื่องหมายแสดงการเสด็จมาอุบัติของพระพุทธเจ้าในอนาคต  ซึ่งแปลว่า  ที่ตั้งแห่งธรรม  หรือ  มีธรรมเป็นใหญ่”

                เมื่อเดือนมกราคม  .. ๒๓๓๗  (..๑๗๙๔)  ได้มีการขุดค้นครั้งล่าสุด  และเริ่มซ่อมแซมเมื่อปี  .. ๒๓๕๘  ใช้เวลาในการบูรณะซ่อมแซมถึง  ๕๖  ปี  มีความสูง  ๒๔๓  ฟุต  เส้นผ่าศูนย์กลาง  ๔๗.  ฟุต  ส่วนพื้นล่าง ก่อด้วยหินอย่างแข็งแรง  และแกะเป็นรูปสวัสดิกะอยู่โดยรอบ  สูงขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งทำเป็นช่องรอบองค์สถูปมีทั้งหมด    ช่อง  แต่ละช่องมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ  ประดิษฐานไว้  จากจดหมายเหตุของหลวงจีนพระถังซำจั๋ง  ยืนยันว่า  เมื่อท่านเดินทางมาบูชาพระสถูปแห่งนี้  ท่านได้เห็นพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ทุกช่อง  มีสถูปใหญ่อยู่    องค์  และมีวิหารอยู่    หลัง 

                เมื่อปีพุทธศักราช  ๒๓๕๗  พันเอกแมคเคนซี  นักโบราณคดีชาว อังกฤษ  ได้ร่วมมือกับนักโบราณคดีชาวอินเดียหลายคน  ลงมือขุดค้นปูชนียสถานที่สำคัญก่อน  คือสังเวชนียสถานทั้ง    แห่ง   พันเอกแมคเคนซี  เป็นนักสำรวจคนแรกและได้ทำเครื่องหมายแผนผังเอาไว้ทุกที่  และท่านก็ไม่ปล่อยให้งานการขุดค้นสูญเปล่า  ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช  ๒๓๗๗  ได้มีการขุดสำรวจครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์  โดยการนำของท่าน  เซอร์  อเล็ก ซานเดอร์  คันนิ่งแฮม (Sir Alexander  Cunningham)  นักโบราณคดีชาว อังกฤษคนสำคัญเป็นหัวหน้า

                . ธัมมราชิกสถูป

                ธัมมราชิกสถูป  เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร  โปรดปัญจวัคคีย์  มีลักษณะเป็นสถูปสร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช ควบคู่กับเสาศิลาหัวสิงห์ที่เด่นสง่างามที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งรัฐบาลอินเดียใช้ตราหัวสิงห์นี้แหละเป็นตราเงินสกุลรูปีในประเทศ ส่วนเครื่องหมายสัญลักษณ์ ตราธรรมจักรที่อยู่บนหัวสิงห์นั้น  ได้ใช้เป็นตราราชการของแผ่นดิน

                พระสถูปองค์นี้มีความเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบได้ในบริเวณนี้  ลักษณะเดิมนั้นเป็นทรงบาตรคว่ำ  เหมือนธัมเมกขสถูปที่เห็นในปัจจุบัน สร้างด้วยอิฐล็อกแดง  เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  แต่น่าเสียดายว่า ปัจจุบันนี้เหลืออยู่เพียงแค่ฐานเท่านั้นเอง  ทั้งนี้เนื่องมาจากว่า  เมื่อปี พ.. ๒๓๓๗  ชาคัด  สิงห์  มหาอำมาตย์ของมหาราชเชตสิงห์  ผู้ครองนครพาราณสี  ต้องการอิฐก้อนใหญ่ ๆ  ไปก่อสร้างเมือง  จึงทำลายองค์สถูปใหญ่นี้ ในขณะนั้นได้พบพระบรมสารีริกธาตุ และได้นำไปลอย ในแม่น้ำคงคาด้วยความ ปรารถนาดีแท้ ๆ  เพราะเกรงว่าพระพุทธเจ้าจะไม่ได้ขึ้นสวรรค์  อันเป็นความเชื่อของผู้นับถือศาสนาฮินดูด้วยคิดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่ซึ่งอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา จึงได้นำพระบรมสารีริกธาตุนั้นไปลอยลงแม่น้ำคงคา  ทำให้ข่าวนี้ เลื่องลือไปทั่วทุกหัวเมือง  และได้นำความเศร้าสลดใจมาสู่พุทธศาสนิกชน เป็นอย่างมาก

                . เสาหินพระเจ้าอโศก

                พระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เพื่อกราบสักการบูชาสถานที่ที่มีความ สำคัญต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และได้ปักเสาศิลาจารึกไว้สูงประมาณ  ๗๐  ฟุต  เสาศิลามีลักษณะเป็นมันเลื่อม และเรียบ  มีรัศมีต้องตาต้องใจเมื่อได้พบเห็นเสาศิลาอันเป็นเครื่องหมายที่ สำคัญยิ่งนี้  เป็นการยืนยันว่า  สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระตถาคตเจ้า ยังวงล้อแห่งพระธรรมให้หมุนไปนั่นเอง  ที่หลักศิลามีการจารึกข้อความเป็น อักษรพราหมี  สิ่งที่สำคัญที่สุดบนยอดเสาศิลา  คือ  หัวสิงห์  ซึ่งปัจจุบันได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองสารนาถแล้ว และยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก  มีรูปสิงโตแกะสลัก ๔  ตัว นั่งหันหลังชนกัน  สภาพเดิมนั้น มีรูป ธรรมจักรอยู่บน หัวสิงห์  แต่น่าเสียดายว่า  รูปธรรมจักรหักหล่นหาเศษได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ไม่สามารถประกอบเข้าเป็นรูปธรรมจักรอย่างเดิมได้  ก็คงเห็นแต่เบื้องล่างของสิงโตทั้ง ๔  ตัวเท่านั้น  ที่ยังมีรูปธรรมจักรอยู่ครบทั้ง ๔  ด้าน  ซึ่งเป็นรูปกงล้อ ๆ  ละ  ๒๔  ซี่  เท่ากับจำนวนปฏิจจสมุปบาท  (เกิด - ดับ)

                ในระหว่างรูปธรรมจักรทั้ง    มีรูปสัตว์    ชนิด  คือ  ช้าง  โค  ม้า  สิงโต  หลังจากที่อินเดียได้รับเอกราชกลับคืนมาจากอังกฤษแล้ว  ได้ใช้ตรา ธรรมจักรนี้เป็นตราแผ่นดิน

          ๕.  พิพิธภัณฑ์สารนาถ

                พิพิธภัณฑ์สารนาถเป็นที่รวบรวมเก็บรักษาพระพุทธรูป วัตถุโบราณที่ขุดได้ในบริเวณสารนาถเมื่อคริสตศักราช ๑๙๐๔ มีศิลปะหลาย ๆ ยุค เริ่มจากยุคเมารยัน กุษาณ คุปตะและอื่นๆ ที่มีความสำคัญกับพระพุทธศาสนา คือ

                        ๑. พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา

                        พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา เป็นศิลปะยุคคุปตะที่สง่างามที่สุด พระพักตร์แย้ม พระหัตถ์อยู่ในท่าแสดงธรรม ในแวดวงพุทธศิลป์ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุด สร้างโดย พระนางกุมารเทวี พระชายาของพระเจ้าโควินทจันทา กษัตริย์ผู้ครองนครกาโนช (เมืองลักเนาว์ ในปัจจุบัน) ประมาณปี พ.ศ. ๘๕๐-๑๑๕๐ สมัยราชวงศ์คุปตะ

                        ๒. ยอดเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช

                        ยอดเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งมีสิงโต ๔ เศียรหันหลังชนกัน ใต้สิงโตมีรูปธรรมจักร และสัตว์ ๔ ตัว คือ ช้าง โค ม้า และสิงโต อันหมายถึงเหตุการณ์ตามพุทธประวัติ

                ๖.  มูลคัณธกุฎีวิหาร (ใหม่)

                ผู้ก่อสร้างคือ ท่านอนาคาริก ธรรมปาละ ชาวศรีลังกา ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย สร้างแบบของพระเจดีย์พุทธคยา สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ สิ่งที่สำคัญในวิหาร คือ พระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งขุดได้ที่เมืองตักสิลา โดยรัฐบาลอังกฤษ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยจิตรกรชาวญี่ปุ่น ชื่อโกเชตสุโนสุ ใช้เวลาวาด   ปี

                .  เมืองพาราณสี

                เมืองพาราณสี  เป็นเมืองเก่าแก่  ในอดีตเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี คำว่า  พาราณสี  มาจากคำว่า  วรณา  และ  อสี  ซึ่งเป็นชื่อของแม่น้ำ  เพราะ เมืองพาราณสีตั้งอยู่ระหว่างของแม่น้ำสองสายนี้

                เมืองพาราณสี  เป็นศูนย์กลางของศาสนาฮินดู  อีกทั้งแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของฮินดู  คือ  แม่น้ำคงคา  ซึ่งมีความยาวเป็นอันดับสองของ แม่น้ำในประเทศอินเดีย  มีความยาว  ,๕๑๐  กิโลเมตร  รองจากแม่น้ำ พรหมบุตร  ที่มีความยาวถึง  ,๙๐๐  กิโลเมตร  ชาวฮินดูมีความเชื่ออย่างมั่นคงว่า  แม่น้ำคงคาสามารถชำระล้างบาปได้

                แม่น้ำคงคานี้มีท่าที่ใช้สำหรับเผาศพทั้งหมด  ๘๔  ท่า  แต่ท่าน้ำที่ ผู้คนนิยมใช้มากที่สุดมี    ท่าน้ำ  คือ  ท่าอัสสี  ท่าทสอัศวเมธ  ท่าบาร์นะสังคม  ท่าปัญจคงคา  และท่ามณิกรรณิการ์  ในแต่ละวันจะมีการเผาศพ  ไม่น้อยกว่า  ๗๐  ศพ  โดยมีผู้กล่าวว่าไฟที่เผาศพบริเวณริมฝั่งคงคายังไม่เคยดับเลยเป็น เวลาไม่ต่ำกว่า  ,๐๐๐  ปีมาแล้ว

                . มหาวิทยาลัยพาราณสี

                เป็นมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่ กว้างใหญ่ประมาณ  ,๐๐๐  เอเคอร์  ผู้ก่อตั้งคือบัณฑิต  มะดัน โมหัน  มาลทวิยะ  กับสตรีชาวไอริช  โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ  อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมอินเดียเปิดการสอนในปี  .. ๑๙๐๔  มีสาขาวิชาที่เรียนมากกว่า  ๔๒  วิชา  ในแต่ละปี  มีพระภิกษุและนักเรียนไทยมาศึกษา อยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นจำนวนมาก โดยมีหอเสนเป็นที่พัก

 

*********


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


 

   

       ประวัติครูอาจารย์
       บรรพบุรุษกวย
       ประวัติศาสตร์กวย


       โครงการจัดสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน
       หลักปฏิบัติ
       กิจกรรมการปฏิบัติ
       ระเบียบการปฏิบัติ
       ติดต่อเข้าปฏิบัติ
       แผนที่การเดินทาง


       สังเวชนียสถาน
       ลุมพินี
       ราชคฤห์
       นาลันทา
       พุทธคยา
       สารนาถ
       ไวสาลี
       สังกัสสะ
       สาวัตถี
       กุสินารา
       อชันตา
       แอลโลร่า
       ประวัติเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       ประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ อินเดีย*
       ประวัติพระปางปฐมเทศนา สารนาถ
       ประวัติหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       ประวัติหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา อินเดีย


       พุทธคยา ดงคสิริ ราชคฤห์ นาลันทา
       สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
       สังเวชนียสถาน และถ้ำอชันตา แอลโรล่า
       สังเวชนียสถาน และทัชมาฮาล
       แนะนำไหว้พระอินเดีย - ตามรอยบาทพระศาสดา


       เช่าบูชาหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       เช่าบูชาพระปางปฐมเทศนา สารนาถ หินดำแท้ อินเดีย
       เช่าบูชาหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทาแท้ อินเดีย
       ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างโรงพยาบาลภูริปาโล อินเดีย
       เช่าบูชากุมารน้อย หรือเบบี้บุดด้า Baby Buddha
       เช่าบูชาพระปางปรินิพพาน กุสินารา
       เช่าบูชาเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       เช่าบูชาล็อคเก็ตพระพุทธเมตตา ล็อคเก็ตอินเดีย


       แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว
       ทางตอนเหนือ ประเทศกัมพูชา
       จังหวัดสุรินทร์
       จังหวัดศรีสะเกษ
       จังหวัดบุรีรัมย์
       จังหวัดอุบลราชธานี
       จังหวัดสุพรรณบุรี
       จังหวัดสระแก้ว


       ข่าวสด
       มติชน
       สยามรัฐ
       คมชัดลึก
       เดลินิวส์
       ไทยรัฐ


ศูนย์กลางการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมกวย (ส่วย)
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะสลัก ๓ ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โทร/โทรสาร. ๐๒-๒๒๑-๘๘๙๑, ๐๒-๒๒๓-๖๓๕๒, ๐๘๑-๗๒๑-๕๒๔๑
© COPYRIGHT 2008 ALL RIGHTS RESERVED WWW.KUAY.ORG