มีคนชมอยู่ 17 คน
หน้าหลัก ð เว็บบอร์ดð ðสมุดเยี่ยมðติดต่อเรากวยð รูปภาพ ð วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน. 2560
    ผู้เข้าชม : 1077972 คน

       ศิลปวัฒนธรรมกวย
       วิถีชีวิตกวย
       ช้างกับกวย
       พิธีกรรมกวย
       ห้องสมุดกวย
       โครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้กวย
       โครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       วีดิทัศน์ประวัติศาสตร์และพิธีกรรมกวย/ส่วย

       โครงการสร้างอุทยานทางพระพุทธศาสนา
       เจดีย์
       พระพุทธรูป
       รูปเหมือนบุคคลสำคัญ
       สังเวชนียสถาน
       สิ่งศักดิ์สิทธิ์

       ภาษากวย(ส่วย)
       สนทนาภาษากวย
       ฟังเสียงพุทธธรรมภาษากวย
       พจนานุกรมกวย
       ภาษาบังคับช้าง

       ประวัติศาสตร์กวย
       วิถีชีวิตชาวกวย
       การศึกษาวิเคราะห์มรรควิธีแห่งโกอาน

       หลักสูตรพระพุทธศาสนา
       สื่อการสอนพระพุทธศาสนา
       แผนการสอนพระพุทธศาสนา
       กิจกรรมการเรียนการสอน
       ที่อยู่สถาบันอุดมศึกษา

       ข้าวมะลิ
       ผ้าไหม
       ผลิตภัณฑ์ OTOP กวย

       มูลนิธิกวย
       ทุนนิธิกวย
       ทุนการศึกษากวย
       มูลนิธิหลวงพ่อพระพุทธเมตตา

       วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
       มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย
       วัดไทยไวสาลี อินเดีย
       วัดไทยพุทธกตัญญูรัชคุณวิหาร อินเดีย
       จังหวัดสุรินทร์
       อำเภอสังขะ
       สถาบันการศึกษา
       หมู่บ้านในเขตตำบลขอนแตก
       วัดในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนจิตรลดา

       สมาชิกเข้าระบบ
       ลืมรหัสผ่าน
       สมัครสมาชิกใหม่




๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ

โครงการจัดหาทุนการสร้าง

“สถาบันวิปัสสนากรรมฐาน”

*****

๑.      หลักการและเหตุผล

ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มุ่งเน้นแต่วัตถุก่อให้เกิดความก้าวหน้าด้านการสื่อสาร นำไปสู่การผสมผสานความคิด ค่านิยม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่  คนมีเสรีภาพในการเลือกรับสื่อจากแหล่งต่างๆหลากหลายรูปแบบ  มีผลให้วัฒนธรรม ดั้งเดิมของประเทศถูกครอบงำและเสื่อมลง สิ่งมอมเมาที่เกิดจากธุรกิจบันเทิงแผ่ขยายมาในระบบการสื่อสาร  กระตุ้นกระแสบริโภคนิยม พร้อมทั้งทำลายสามัญสำนึกและวิจารณญาณเกี่ยวกับแก่นสารและสาระในชีวิต ซึ่งจะเห็นได้ว่าสภาพปัจจุบันสังคมไทยเผชิญ วิกฤติการณ์ทางคุณค่า และวิกฤติการณ์ทางปัญญา อันเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ การเบี่ยงเบนค่านิยมแบบไทยตามกระแสสังคมโลก การยึดติดกับคุณค่าในอุดมคติ เป็นชนวนความขัดแย้งในสังคม ตลอดจนการสับสนในค่านิยม เนื่องจากคุณค่าในอุดมคติตรงกันข้ามกับความเป็นจริงในสังคม

ในการพัฒนาชาวพุทธและสังคมไทยนั้น ควรจะศึกษาและเข้าใจคำสอนในพุทธศาสนาให้ชัดเจนว่าพุทธศาสนานั้นตั้งอยู่บนหลักกรรมคือ  การพึ่งการกระทำของตนเอง ด้วยการพัฒนาตนตามหลักของไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา)  มิใช่การพึ่งอำนาจดลบันดาลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายนอกหรือไสยศาสตร์ ซึ่งทำให้จิตใจของผู้คนอ่อนแอลง และเป็นสาเหตุสำคัญทำให้คนหันเหออกจากคำสอนที่ถูกต้องของพุทธศาสนา เป้าหมายจึงต้องมุ่งสร้างคนที่มีความมั่นใจและเป็นตัวของตัวเอง มีอิสระใฝ่การศึกษาที่สนองปัญญาและพัฒนาความเป็นมนุษย์เพื่อส่งเสริมอิสรภาพของปัจเจกบุคคล ส่งเสริมให้มีศีลธรรม คุณธรรมต่อกัน มีค่านิยมและจริยธรรมตามศาสนธรรมของตน เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้กับประชาคมโลกและธรรมชาติ

            ในการเข้าสู่กระบวนการศึกษาปฏิบัติธรรมตามหลักไตรสิกขา  ซึ่งเรียกว่า ปฏิบัติธรรม นั้น มีรูปแบบหรือลักษณะการปฏิบัติ ๒ รูปแบบ คือ

                    .  การปฏิบัติธรรมแบบกว้างๆ (General Dhamma Practice)

                    .  การปฏิบัติธรรมแบบเข้มข้น (Intensive Dhamma Practice)

                    ซึ่งการปฏิบัติธรรมทั้งสองรูปแบบนี้  มีคำจำกัดความและความมุ่งหมายที่กว้างและแคบต่างกัน คือ

                .   การปฏิบัติธรรมแบบกว้าง ๆ หมายถึงการนำเอาหลักธรรมในระดับศีลธรรมหรือหลักจริยธรรมขั้นพื้นฐานที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้มาเป็นหลักหรือแนวทางดำเนินชีวิตประจำวัน  โดยสามารถยึดเป็นหลักธรรมประจำใจ  เช่น  การที่คนเรามีสติสัมปชัญญะในการทำกิจต่างๆ การมีหิริโอตตัปปะไม่กล้าทำบาปทุจริตทั้งในที่ลับและที่แจ้งเพราะกลัวผลของบาปทุจริตที่จะได้รับในภายหลัง  การมีขันติและโสรัจจะ  คือความอดทนอดกลั้น สงบเสงี่ยมต่อสภาวะต่างๆ ที่เผชิญอยู่  การเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที  คือรู้คุณของผู้อื่นที่ทำแก่ตนแล้วตอบแทนคุณให้ปรากฏ  หรือการรักษาศีล ๕ ศีล ๘ เป็นต้น  การมีหลักธรรมประจำใจในการดำรงชีวิตประจำวันดังกล่าวมานี้ ชื่อว่าการปฏิบัติธรรม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง บุคคลใดก็ตามที่น้อมนำหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน  ไม่ว่าจะเป็นหลักธรรมที่มีอุปการะมากคือสติสัมปชัญญะ  หลักธรรมที่คุ้มครองโลกคือหิริโอตตัปปะ  หลักพรหมวิหารธรรม ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา  หรือหลักศีลธรรมอื่นๆ ก็ตาม บุคคลนั้นชื่อว่าปฏิบัติธรรม

            ดังนั้น  การปฏิบัติธรรมตามลักษณะนี้จึงกินความกว้างมาก  สุดแล้วแต่ว่าใครจะสามารถนำเอาหลักธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิตหรือในการทำกิจหน้าที่นั้นๆ ให้ได้ผลแค่ไหนเพียงไร  เพราะการปฏิบัติตามรูปแบบนี้เราได้ใช้อยู่ตลอดเวลา  โดยเมื่อปฏิบัติหรือกระทำสิ่งใดๆ อย่างถูกต้องก็เป็นการปฏิบัติธรรม  ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใด  มีหน้าที่การงานอย่างไร  เมื่อปฏิบัติตนหรือปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องเหมาะสมแก่สถานภาพหรือหน้าที่การงาน  ชื่อว่าปฏิบัติธรรม  เช่น ในการทำงานมีอิทธิบาท ๔ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา มาใช้ในการทำงาน ก็เป็นการปฏิบัติธรรม  แม้แต่ออกไปในท้องถนน  ไปขับรถ  ถ้าขับโดยรักษากฎจราจร  เมาไม่ขับ  ขับเรียบร้อยดีโดยไม่ประมาท  มีความสุภาพ หรือลึกเข้าไปแม้กระทั่งว่า  ทำจิตใจให้สงบ  สบาย ไม่เครียด   มีความผ่องใส  สบายใจในเวลาที่ขับรถนั้นได้  ก็เป็นการปฏิบัติธรรม

                .   การปฏิบัติธรรมแบบเข้มข้น หมายถึงการเน้นสำหรับนำหลักธรรมที่เป็นข้อปฏิบัติโดยตรงหรือหลักธรรมในระดับที่สูงกว่าขั้นศีลธรรมมาใช้ฝึกอบรมจิตและพัฒนาปัญญา  ที่เรียกว่าปฏิบัติธรรมด้วยวิธีภาวนาหรือบำเพ็ญกัมมัฏฐาน  โดยการปลีกตัวออกไปจากสังคม  ไปอยู่ที่วัด  ไปอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรม หรือไปสู่สถานที่สงบอื่นๆ เพื่อหาวิธีควบคุมจิตใจเมื่อประสบอิฏฐารมณ์ วิธีที่จะควบคุมจิตใจได้ดีที่สุด  ก็คือการสนใจใฝ่ศึกษาหลักพระพุทธศาสนาแล้วปฏิบัติธรรมฝึกสมาธิเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานในวัดหรือสำนักปฏิบัติธรรมต่างๆ ที่มีพระภิกษุผู้มุ่งวิปัสสนาธุระเป็นพระวิปัสสนาจารย์สอนวิชากัมมัฏฐานทั้งสายสมถะและวิปัสสนาโดยตรง

                ดังนั้น  การปฏิบัติธรรมด้วยการปลีกตัวไปฝึกสมาธิเจริญวิปัสสนา จึงจัดเป็นการปฏิบัติธรรมแบบเน้นหรือลงลึกเฉพาะเรื่องโดยมุ่งฝึกฝนพัฒนาจิตใจอย่างมีระบบกำหนดเป็นหลักสูตรเพื่อให้ได้รับปฏิเวธคือผลจากการฝึกปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ซึ่งจุดเน้นของการปฏิบัติธรรมตามแบบสติปัฏฐาน  คือ การฝึกอบรมปัญญาให้รู้เท่าทันเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง  จนมีจิตใจเป็นอิสระ  ไม่ถูกครอบงำด้วยกิเลสและความทุกข์หรือเรียกว่า  การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานตามหลักมหาสติปัฏฐานสูตร และเพื่อเป็นการสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐานที่มีการปฏิบัติแบบวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นการบูชาอาจริยคุณ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร) พระอุปัชฌาย์ และพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ ป.ธ. ๙) พระกรรมวาจาจารย์

ปัจจุบันการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานได้มีการปฏิบัติอย่างแพร่หลายทั่วไป แต่ยังขาดรูปแบบที่เป็นเอกภาพและขาดสถาบันการปฏิบัติที่แน่นอนชัดเจนและถูกต้องสมบูรณ์ บางครั้งทำให้เกิดข้อสงสัยและมีการอธิบายออกนอกหลักการทางพระพุทธศาสนาออกไป จึงเห็นควรมีสถาบันการฝึกอบรมในหลักการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องต่อไป

            ในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ทางพุทธศาสนิกชนและชุมชนกวย ชาวตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์  จึงได้จัดทำโครงการจัดสร้างสถาบันวิปัสสนากรรมฐานขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา

๒. วัตถุประสงค์

๑.๑ เพื่อจัดสร้างสถาบันวิปัสสนากรรมฐาน ให้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติกรรมฐานแก่ผู้สนใจการปฏิบัติธรรมทั่วไป 

๑.๒ เพื่อเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติกรรมฐานและศูนย์กลางการเรียนรู้ประจำถิ่น

๑.๓ เพื่อให้เป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกประเทศได้รับทราบ

๓. เป้าหมาย

                ๓.๑     ด้านปริมาณ

                   ๓.๑.๑ จัดหาพื้นที่สร้างสถาบันวิปัสสนากรรมฐาน สร้างศาลาปฏิบัติธรรม กุฏิ วิหาร อาคารที่พัก อาคารรับรอง อาคารฝึกอบรม อาคารโรงอาหาร สระน้ำ น้ำประปา ห้องน้ำ

               ๓.๑.๒ พระภิกษุสามเณร นิสิต นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทั่วไป ได้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน ๓,๐๐๐ รูป/คน ต่อปี

            ๓.๒ ด้านคุณภาพ

                    ๓.๒.๑ ได้สถานที่ฝึกปฏิบัติกรรมฐาน มีศาลาปฏิบัติธรรม มีกุฏิ วิหาร อาคารที่พัก อาคารรับรอง อาคารฝึกอบรม อาคารโรงอาหาร สระน้ำ น้ำประปา ห้องน้ำ และอื่นๆ ที่เห็นว่าจำเป็น        

               ๓.๒.๓ พระภิกษุสามเณร นิสิต นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พ่อค้า หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ได้มีที่ศึกษา จัดกิจกรรม และมีที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างเพียงพอ

๔. วิธีดำเนินการ

             ๔.๑ จัดทำโครงการหาพื้นที่ในการจัดสร้างแต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศให้ทราบ โดยดำเนินการตามโครงการให้สำเร็จต่อไป

               ๔.๒ ขอความร่วมมือพระสังฆาธิการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และประชาชนในท้องถิ่นทั่วไป ในการดำเนินงานต่อไป

               ๔.๓ จัดสร้างวัตถุมงคล หนังสือสมุดภาพอินเดีย ผลิตภัณฑ์ของสถาบัน ขอรับบริจาคจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนผู้มีศรัทธาทั่วไป ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

๕. ระยะเวลาดำเนินการและสถานที่ตั้ง

             ๕.๑ ระยะเวลา ๑๕  ปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๖๖

               ๕.๒ บริเวณเขตตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ

            ๖.๑ มีพระอาจารย์ ดร. สมุทร ถาวรธมฺโม เป็นผู้ประสานงานดำเนินการ พร้อมด้วยคณะสงฆ์อำเภอสังขะ และคณะสงฆ์ตำบลขอนแตก

               ๖.๒ นายกเทศมนตรีอำเภอสังขะ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารประจำตำบล (อบต.) เขตบริเวณตำบลขอนแตกและบริเวณใกล้เคียง และข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวอำเภอสังขะร่วมดำเนินการ

๗. งบประมาณ

            ๗.๑ รับจากพระมหาเถรานุเถระและพระเถระทั่วไป

               ๗.๒ รับจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วไป

               ๗.๓ รับจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทั้งภายในและภายนอกประเทศทั่วไป

๘. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

   ๘.๑ ได้มีที่จัดสร้างสถาบันวิปัสสนากรรมฐาน ให้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติกรรมฐานแก่ประชาชนและผู้สนใจการปฏิบัติธรรมทั่วไป 

   ๘.๒ ได้มีที่เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติกรรมฐานของจังหวัดสุรินทร์

๘.๔ ได้มีสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาและให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกประเทศได้รับทราบ    

------------------------

รายละเอียดสิ่งต้องดำเนินการ

*****

            พื้นที่ในโครงการ ๑๐๐ ไร่ (พื้นที่ต้องการเบื้องต้น ๕๐ ไร่)

         ๑. อาคารศาลาปฏิบัติธรรม ๑ หลัง

               ลักษณะ                      :  เป็นศาลาโล่งยกพื้นชั้นเดียว ทรงไทยประยุกต์

                                                   พื้นที่ใช้สอย ประมาณ ๒,๒๐๐ ตารางเมตร

               งบประมาณ                 :  ประมาณ   ๑๐  ล้าน

         ๒. อาคารที่พักผู้ปฏิบัติธรรม ๒ หลัง (ชาย – หญิง)

               ลักษณะ                      :  เป็นอาคาร สูง ๒ ชั้น ทรงไทยประยุกต์

                                                   พื้นที่ใช้สอยหลังละ ประมาณ ๗๐๐ ตารางเมตร

               งบประมาณ                 :  ประมาณ    ล้าน ( ๒ หลัง)

         ๓. อาคารรับรอง ๑ หลัง (อาคารที่พักอาคันตุกะ)

               ลักษณะ                      : เป็นอาคารชั้นเดียว ทรงไทยประยุกต์

                                                   พื้นที่ใช้สอย       ประมาณ ๑๖๐ ตารางเมตร

               งบประมาณ                 :  ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐  บาท

         ๔. กุฏิปฏิบัติธรรม  ๒๐ หลัง (พระสงฆ์ และผู้ใฝ่ปฏิบัติธรรมแบบอุกฤษฎ์)

               ลักษณะ                      : เป็นกุฏิชั้นเดียว ทรงไทย

                                                   พื้นที่ใช้สอย ประมาณ ๒๔ ตารางเมตร

               งบประมาณ                 :  ประมาณหลังละ  ๑๕๐,๐๐๐ บาท

         ๕. ห้องน้ำแก่ผู้ปฏิบัติธรรม และบริการแก่คนทั่วไป  ๓ จุด

                    ลักษณะ            :  เป็นห้องน้ำใช้อลูมิเนียมประยุกต์ จุดละ ๑๐ ห้อง เป็น ๓๐ ห้อง

               งบประมาณ                 : ประมาณ  ๖๐๐,๐๐๐ บาท              

  

-----------------------------

ที่ปรึกษาโครงการ

พระพรหมสุธี (เสนาะ)     กรรมการมหาเถรสมาคม

                                    วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร

พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระธรรมโมลี (ทองอยู่)   รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

             วิทยาเขตสุรินทร์ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ และเจ้าอาวาสวัดศาลาลอย       

พระธรรมปริยัติเวที (สุเทพ)           เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์

พระธรรมสุธี (พีร์)                       เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร อธิบดีสงฆ์

                                             วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ

พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด)         หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย

                                             เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาประเทศอินเดีย   

พระราชธรรมมุนี (สมเกียรติ)         เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ

พระราชสิทธิมุนี วิ. (บุญชิต) อาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาธุระ  วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

พระราชรัตนรังสี (วีระยุทธ์)   เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย

                                              พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย

พระวิสุทธิภัทรธาดา (ประสิทธิ์)        รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร

                                               มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระศรีวิสุทธิคุณ (มานพ)                รองเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์

พระครูพิทักษ์สังฆกิจ (โกสุม)           เจ้าคณะอำเภอสังขะ

                                                เจ้าอาวาสวัดโพธาราม จังหวัดสุรินทร์

พระครูจันทปัญญาภรณ์ (ขาว)        เจ้าคณะอำเภอศรีณรงค์

พระครูวิศิษฏ์วิหารคุณ (ฉลาด)          รองเจ้าคณะอำเภอสังขะ

พระครูภาวนาประยุต (สุข)                วัดเทพมงคล อำเภอศรีณรงค์

พระอาจารย์ประจาก สิริวณฺโณ           วัดปริณายก กรุงเทพมหานคร

พระอาจารย์สว่าง ติกฺขวีโร                วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ

พระอาจารย์สมภาร สมภาโร              วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ

            ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์                 รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ 

            นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ 

            ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์

            นายอำเภอสังขะ                   ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์

           นายกเทศมนตรีอำเภอสังขะ                  ศาสตราจารย์กิตติคุณอำไพ สุจริตกุล

            นายเกษม แสนโภช                            นายสาคร โสภา    

           แม่สุพรรณ ประดับสุข                          ป้าวีณา บุณยะประภูติ

           นางสายไหม จบกนศึก                         นางสมหมาย วาทหงส์

           นายนิมิตร รอดรับบุญ

คณะกรรมการดำเนินการ

         พระอาจารย์ ดร. สมุทร ถาวรธมฺโม    ประธานดำเนินการ

             พระครูประภัทรจริยาภรณ์ (ปัน)   รองประธานกรรมการ

                                           กรรมการ

พระครูสิริจันทพิมล (บุญโหม)           พระครูกัลยาณธรรมโฆษ (รุ่ง)

พระครูธรรมธรรัตนาภิรม (ลุน)         พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (ไสว)

 พระครูสุวรรณวิจิตร                    พระครูปลัด ดร.ฉลอง จนฺทสิริ

พระครูนิมิตธรรมาภินันท์               นางสาวพรทิพ บุญสงเคราะห์ 

นายลือพงศ์ ลีลพนัง                 นางสาวณัฐกาญจน์ แซ่จึง

นางสาวชาลินี บุญสงเคราะห์           นางสาวภิรมย์ ศรีเพชร 

นายรังษี สุทนต์                           นางนัฏฐมณ ทองนวล

นางสาวธรรมวลี ศรีแช่ม               นางสาวอรปรียา วสุวหันต์             

นางสาวสุหัชชา มหาวนากูล           นางสาวมณีรัตน์ ลี้สุทธิพรชัย

นางสาวอัมพร จันทร์ตัน                นายจิรทีปต์ เดชา

คุณวิไลรัตน์ พฤกษาภิรมย์            นายภูผา ทองเบื้อง

นางวีระวรรณ์ เดชา                     นางภัทรี วัยอุดมวุฒิ

            กำนันตำบลขอนแตก                    ผู้ใหญ่บ้านขอนแตก

            ผู้ใหญ่บ้านขอนทอง                 ผู้ใหญ่บ้านไทยสามัคคี

          ผู้ใหญ่บ้านสุขสำราญ                ผู้ใหญ่บ้านอาวอก

          ผู้ใหญ่บ้านหนองปลาขาว               ผู้ใหญ่บ้านโตงน้อย

ผู้ใหญ่บ้านสวาท                     ผู้ใหญ่บ้านหัวกระบือ

ผู้ใหญ่บ้านหนองมหาไทย               ผู้ใหญ่บ้านแจงแมง

นายสังวร สีสัน                            นายสวัสดิ์ ทาทอง

นายต่วน มะโนรส                         นายธงชัย จันทร์งาม

นายเสริม ทาทอง                     นายชาคริต - นางประโยชน์ เชื้องาม

พระมหาพิรุฬห์ พทฺธสีโล                 กรรมการและเลขานุการ

พระเศียร จนฺทธมฺโม                    กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นายปรีดา ศรีจันทร์                        กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นางสาวสมพร ปัดทา                      กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ติดต่อร่วมบริจาคได้ที่ :

ขอเจริญพรเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมบริจาคสมทบทุนการก่อสร้างสถาบันวิปัสสนากรรมฐานได้ที่ พระอาจารย์ ดร.สมุทร ถาวรธมฺโม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ คณะสลัก ๓ ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ โทร. 0-2221-8891, 0-2223-6352, 08-1721-5241 หรือบริจาคผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาท่าพระจันทร์ บัญชีฝากประจำ เลขที่  905-2-00501-5   ชื่อบัญชี พระสมุทร ทาทอง  “เพื่อสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐานและอุทยานการเรียนรู้”

 

*********


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


 

   

       ประวัติครูอาจารย์
       บรรพบุรุษกวย
       ประวัติศาสตร์กวย


       โครงการจัดสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน
       หลักปฏิบัติ
       กิจกรรมการปฏิบัติ
       ระเบียบการปฏิบัติ
       ติดต่อเข้าปฏิบัติ
       แผนที่การเดินทาง


       สังเวชนียสถาน
       ลุมพินี
       ราชคฤห์
       นาลันทา
       พุทธคยา
       สารนาถ
       ไวสาลี
       สังกัสสะ
       สาวัตถี
       กุสินารา
       อชันตา
       แอลโลร่า
       ประวัติเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       ประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ อินเดีย*
       ประวัติพระปางปฐมเทศนา สารนาถ
       ประวัติหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       ประวัติหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา อินเดีย


       พุทธคยา ดงคสิริ ราชคฤห์ นาลันทา
       สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
       สังเวชนียสถาน และถ้ำอชันตา แอลโรล่า
       สังเวชนียสถาน และทัชมาฮาล
       แนะนำไหว้พระอินเดีย - ตามรอยบาทพระศาสดา


       เช่าบูชาหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       เช่าบูชาพระปางปฐมเทศนา สารนาถ หินดำแท้ อินเดีย
       เช่าบูชาหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทาแท้ อินเดีย
       ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างโรงพยาบาลภูริปาโล อินเดีย
       เช่าบูชากุมารน้อย หรือเบบี้บุดด้า Baby Buddha
       เช่าบูชาพระปางปรินิพพาน กุสินารา
       เช่าบูชาเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       เช่าบูชาล็อคเก็ตพระพุทธเมตตา ล็อคเก็ตอินเดีย


       แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว
       ทางตอนเหนือ ประเทศกัมพูชา
       จังหวัดสุรินทร์
       จังหวัดศรีสะเกษ
       จังหวัดบุรีรัมย์
       จังหวัดอุบลราชธานี
       จังหวัดสุพรรณบุรี
       จังหวัดสระแก้ว


       ข่าวสด
       มติชน
       สยามรัฐ
       คมชัดลึก
       เดลินิวส์
       ไทยรัฐ


ศูนย์กลางการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมกวย (ส่วย)
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะสลัก ๓ ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โทร/โทรสาร. ๐๒-๒๒๑-๘๘๙๑, ๐๒-๒๒๓-๖๓๕๒, ๐๘๑-๗๒๑-๕๒๔๑
© COPYRIGHT 2008 ALL RIGHTS RESERVED WWW.KUAY.ORG