มีคนชมอยู่ 21 คน
หน้าหลัก ð เว็บบอร์ดð ðสมุดเยี่ยมðติดต่อเรากวยð รูปภาพ ð วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน. 2560
    ผู้เข้าชม : 1077983 คน

       ศิลปวัฒนธรรมกวย
       วิถีชีวิตกวย
       ช้างกับกวย
       พิธีกรรมกวย
       ห้องสมุดกวย
       โครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้กวย
       โครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       วีดิทัศน์ประวัติศาสตร์และพิธีกรรมกวย/ส่วย

       โครงการสร้างอุทยานทางพระพุทธศาสนา
       เจดีย์
       พระพุทธรูป
       รูปเหมือนบุคคลสำคัญ
       สังเวชนียสถาน
       สิ่งศักดิ์สิทธิ์

       ภาษากวย(ส่วย)
       สนทนาภาษากวย
       ฟังเสียงพุทธธรรมภาษากวย
       พจนานุกรมกวย
       ภาษาบังคับช้าง

       ประวัติศาสตร์กวย
       วิถีชีวิตชาวกวย
       การศึกษาวิเคราะห์มรรควิธีแห่งโกอาน

       หลักสูตรพระพุทธศาสนา
       สื่อการสอนพระพุทธศาสนา
       แผนการสอนพระพุทธศาสนา
       กิจกรรมการเรียนการสอน
       ที่อยู่สถาบันอุดมศึกษา

       ข้าวมะลิ
       ผ้าไหม
       ผลิตภัณฑ์ OTOP กวย

       มูลนิธิกวย
       ทุนนิธิกวย
       ทุนการศึกษากวย
       มูลนิธิหลวงพ่อพระพุทธเมตตา

       วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
       มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย
       วัดไทยไวสาลี อินเดีย
       วัดไทยพุทธกตัญญูรัชคุณวิหาร อินเดีย
       จังหวัดสุรินทร์
       อำเภอสังขะ
       สถาบันการศึกษา
       หมู่บ้านในเขตตำบลขอนแตก
       วัดในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนจิตรลดา

       สมาชิกเข้าระบบ
       ลืมรหัสผ่าน
       สมัครสมาชิกใหม่




๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ

***

อชันต้า  ถ้ำมหัศจรรย์

                อชันต้า  เป็นถ้ำหินที่เจาะเข้าไปในภูเขาเพื่อใช้เป็นทั้งโบสถ์  วิหาร  หอสวดมนต์  และ สังฆารามที่อยู่อาศัยของภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก  ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่ง มหัศจรรย์แห่งหนึ่งในอินเดีย

               

สถานที่ตั้ง

                อชันต้า อยู่ภูเขา อินธิยาทริ ไม่ไกลจากเมือง ออรังกบาด  (Aurangabad) รัฐมหาราษฎร์  หินที่ภูเขา แห่งนี้แข็งมาก  นักธรณี วิทยาได้พิสูจน์แล้วเห็นว่า  ที่ตรงนี้เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน  การที่พระภิกษุเจาะสลักหินที่หน้าผาเป็นวัดนั้น  ต้องใช้ความพากเพียร พยายามอย่างยิ่งเพราะถ้ำที่จะเข้าไปชมมี  ๓๐  ถ้ำ  เรียงไปตามหน้าผาเป็นรูปแนวโค้งเหมือนเกือกม้า  ยาวไม่ต่ำกว่าสาม ถึงสี่ไมล์  ใช้เวลาในการเจาะรวม  ๘๐๐  ปี  เริ่มตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 

 

ประวัติความเป็นมา

                บันทึกของพระถังซำจั๋ง  ซึ่งได้เดินทางมาถ้ำอชันต้าแห่งนี้  ท่านได้ อธิบายลักษณะของ สังฆารามว่า  “ตั้งอยู่ในภูเขา  มีทางเดินเข้าออกที่หน้าผา  ผู้สร้าง  คือ  โจ้ริเจโล้  คืออาจารย์ผู้เป็น พระอรหันต์เป็นคนอินเดียทางใต้  เมื่อแม่ตาย  ท่านอาจารย์ตรวจดูรู้ว่าแม่มาเกิดใหม่แล้ว  จึงติดตามมาหาแม่ เพื่อแสดงธรรมโปรด  ในที่สุดได้มาถึงหมู่บ้านหนึ่งจึงแวะเข้าไปบิณฑบาต ที่บ้านหลังหนึ่ง  หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาถวายอาหารบิณฑบาต  ทันใดนั้นน้ำนมก็หลั่งไหลออกมาจากถัน ของนาง  พวกพี่น้องเข้าใจว่าเป็น อวมงคล  แต่ว่าพระอรหันต์อาจารย์ทราบบุพกรรมของนาง  จึงได้เทศนาโปรดให้เธอทราบถึงอดีตชาติ  จนกระทั่งเธอบรรลุอรหันต์

                ด้วยความประสงค์ที่จะแสดงความกตัญญูรู้คุณแม่พระอรหันต์ อาจารย์นี้จึงสร้างสังฆาราม ขึ้นที่หน้าผาใหญ่ตัววิหารสูงประมาณ  ๑๐๐  ฟุต  ทั้ง    ด้านของวิหารมีภาพเขียนแสดงพุทธประวัติและพระโพธิสัตว์  จนถึงเสด็จเข้าปรินิพพาน  เป็นภาพเขียนที่งดงามน่าดูที่สุด”  พระถังชำจั๋งเล่าไว้ว่า  ที่หน้าประตูทางเข้าสังฆารามมีช้างหินสลัก    ตัว  ตั้งอยู่และปัจจุบันนี้ก็ยัง ปรากฏอยู่

                สำหรับถ้ำต่าง ๆ  ทั้งหมดนี้เกิดจากฝีมือมนุษย์  ซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นช่วงฝีมือในการ แกะสลัก  ทั้งมีความสามารถในการเขียนภาพพุทธ ประวัติและเรื่องราวชาดกที่น่าสนใจซึ่งเป็นการ กระทำบำเพ็ญบุญญาบารมี เป็นอนุสรณ์ถวายเป็นพุทธบูชา  งานที่ออกมาทั้งด้านปฏิมากรรมและ จิตรกรรมจึงเป็นศิลปกรรมที่ประณีตงดงามจริง ๆ

                ถ้ำทั้ง  ๓๐  เป็นถ้ำเจดีย์และถ้ำวิหารซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกอบ สังฆกรรม  และที่พักอาศัย สำหรับพระสงฆ์  มีพระประธานที่เป็นของเถรวาทและมหายาน  ถ้าถ้ำใดมีพระประธานที่เป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ  สองข้างเป็นพระอัครสาวกซ้ายขวา  เป็นถ้ำที่สร้างโดยพระภิกษุสายเถรวาท  ถ้าถ้ำใด มีพระพุทธรูปประทับนั่งหย่อนพระบาท  (คล้ายนั่งเก่าอี้)  เป็นถ้ำสร้างโดย พระภิกษุสาย มหายาน  ส่วนพระหัตถ์จะคล้ายกันคือ  เหมือนปางปฐมเทศนา  ซึ่งพระพุทธรูปทั้งหมดไม่ใช่ว่าแกะสลักมาจากหินภายนอกถ้ำแล้วยกเข้ามา ตั้ง  แต่แกะสลักภายในภูเขา    ที่ตรงนั้นเลย

                เมื่อเราเข้าชมถ้ำต่าง ๆ  จะเห็นความอัศจรรย์  วิจิตรสวยงามต่างกัน  เช่น  ถ้ำที่ ๑  เป็นเหมือนท้องพระโรง  มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่  ถ้าใช้ไฟส่องด้านขวาพระพักตร์ยิ้ม  ส่องตรงกลางพระพักตร์เฉย  ส่องด้านซ้ายพระพักตร์บึ้งตึงและสิ่งที่มีชื่อเสียงดังก้องโลกอีกอย่างหนึ่งในถ้ำนี้คือ  รูปวาดพระ โพธิสัตว์ปัทมปาณี  มีขนาดใหญ่พระหัตถ์ถือดอกบัวเป็นภาพเหมือนมีชีวิต จริง ๆ  เขียนด้วยสี ปูนเปียก  (Fresco)

                เสาแต่ละต้นที่อชันต้าจะมีการแกะสลักลวดลายที่ต่างกัน  บนเพดานของถ้ำบางถ้ำมีลวดลายการเขียนด้านจิตรกรรมที่สวยงาม  บางแห่งเมื่อมองดู เหมือนกับผ้าที่ถูกลมพัดโบกสะบัดเป็นคลื่น

                ถ้ำที่  ๑๙  ถ้ำที่แสดงงานด้านสถาปัตยกรรมเลียนแบบเหมือนเครื่อง ก่อสร้างด้วยไม้  คือ  เพดานโค้งเข้าไปเหมือนไม้โค้งท้องเรือ  มีช่องสลักรูป พระพุทธรูปปางต่าง ๆ  และเขียนภาพต่าง ๆ  ในนิทานชาดก

                สรุปว่า  ถ้าไปชมถ้ำอชันต้า  นอกจากจะได้ความรู้ประวัติศาสตร์ ทางพระพุทธศาสนา  การไปพบผลงานของพระสงฆ์ที่มีศรัทธามีความตั้งใจ มั่นสร้างงานด้านสถาปัตยกรรมปฏิมากรรม และจิตรกรรม  งานที่ปรากฏ ออกมามีความประณีตงดงาม  ใช้เวลาสร้างร่วม  ๘๐๐ ปี  ซึ่งอยู่ในยุคที่ผู้คน มีธรรมะและบ้านเมืองมีทรัพย์สินอุดมสมบูรณ์  ถือว่ามาชมมรดกทาง พุทธศาสนาที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ในปัจจุบัน

 

*********


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


 

   

       ประวัติครูอาจารย์
       บรรพบุรุษกวย
       ประวัติศาสตร์กวย


       โครงการจัดสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน
       หลักปฏิบัติ
       กิจกรรมการปฏิบัติ
       ระเบียบการปฏิบัติ
       ติดต่อเข้าปฏิบัติ
       แผนที่การเดินทาง


       สังเวชนียสถาน
       ลุมพินี
       ราชคฤห์
       นาลันทา
       พุทธคยา
       สารนาถ
       ไวสาลี
       สังกัสสะ
       สาวัตถี
       กุสินารา
       อชันตา
       แอลโลร่า
       ประวัติเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       ประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ อินเดีย*
       ประวัติพระปางปฐมเทศนา สารนาถ
       ประวัติหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       ประวัติหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา อินเดีย


       พุทธคยา ดงคสิริ ราชคฤห์ นาลันทา
       สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
       สังเวชนียสถาน และถ้ำอชันตา แอลโรล่า
       สังเวชนียสถาน และทัชมาฮาล
       แนะนำไหว้พระอินเดีย - ตามรอยบาทพระศาสดา


       เช่าบูชาหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       เช่าบูชาพระปางปฐมเทศนา สารนาถ หินดำแท้ อินเดีย
       เช่าบูชาหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทาแท้ อินเดีย
       ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างโรงพยาบาลภูริปาโล อินเดีย
       เช่าบูชากุมารน้อย หรือเบบี้บุดด้า Baby Buddha
       เช่าบูชาพระปางปรินิพพาน กุสินารา
       เช่าบูชาเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       เช่าบูชาล็อคเก็ตพระพุทธเมตตา ล็อคเก็ตอินเดีย


       แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว
       ทางตอนเหนือ ประเทศกัมพูชา
       จังหวัดสุรินทร์
       จังหวัดศรีสะเกษ
       จังหวัดบุรีรัมย์
       จังหวัดอุบลราชธานี
       จังหวัดสุพรรณบุรี
       จังหวัดสระแก้ว


       ข่าวสด
       มติชน
       สยามรัฐ
       คมชัดลึก
       เดลินิวส์
       ไทยรัฐ


ศูนย์กลางการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมกวย (ส่วย)
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะสลัก ๓ ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โทร/โทรสาร. ๐๒-๒๒๑-๘๘๙๑, ๐๒-๒๒๓-๖๓๕๒, ๐๘๑-๗๒๑-๕๒๔๑
© COPYRIGHT 2008 ALL RIGHTS RESERVED WWW.KUAY.ORG