มีคนชมอยู่ 37 คน
หน้าหลัก ð เว็บบอร์ดð ðสมุดเยี่ยมðติดต่อเรากวยð รูปภาพ ð วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560
    ผู้เข้าชม : 1065178 คน

       ศิลปวัฒนธรรมกวย
       วิถีชีวิตกวย
       ช้างกับกวย
       พิธีกรรมกวย
       ห้องสมุดกวย
       โครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้กวย
       โครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       วีดิทัศน์ประวัติศาสตร์และพิธีกรรมกวย/ส่วย

       โครงการสร้างอุทยานทางพระพุทธศาสนา
       เจดีย์
       พระพุทธรูป
       รูปเหมือนบุคคลสำคัญ
       สังเวชนียสถาน
       สิ่งศักดิ์สิทธิ์

       ภาษากวย(ส่วย)
       สนทนาภาษากวย
       ฟังเสียงพุทธธรรมภาษากวย
       พจนานุกรมกวย
       ภาษาบังคับช้าง

       ประวัติศาสตร์กวย
       วิถีชีวิตชาวกวย
       การศึกษาวิเคราะห์มรรควิธีแห่งโกอาน

       หลักสูตรพระพุทธศาสนา
       สื่อการสอนพระพุทธศาสนา
       แผนการสอนพระพุทธศาสนา
       กิจกรรมการเรียนการสอน
       ที่อยู่สถาบันอุดมศึกษา

       ข้าวมะลิ
       ผ้าไหม
       ผลิตภัณฑ์ OTOP กวย

       มูลนิธิกวย
       ทุนนิธิกวย
       ทุนการศึกษากวย
       มูลนิธิหลวงพ่อพระพุทธเมตตา

       วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
       มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย
       วัดไทยไวสาลี อินเดีย
       วัดไทยพุทธกตัญญูรัชคุณวิหาร อินเดีย
       จังหวัดสุรินทร์
       อำเภอสังขะ
       สถาบันการศึกษา
       หมู่บ้านในเขตตำบลขอนแตก
       วัดในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนจิตรลดา

       สมาชิกเข้าระบบ
       ลืมรหัสผ่าน
       สมัครสมาชิกใหม่




เธ™เธฒเธฅเธฑเธ™เธ—เธฒ

****

ที่ตั้งเมืองนาลันทา

                มหาวิทยาลัย นาลันทา  หรือที่เรา เรียกว่า  นาลันทาเก่า  (Old  Nalanda)  ตั้งอยู่ห่างจาก  มหาวิทยาลัย ใหม่ไม่มากนัก  ซึ่งตั้ง อยู่ทางทิศใต้ของมหา วิทยาลัยเก่า  ลักษณะ ภูมิประเทศเหมือน หมู่บ้านหรือซากโบราณสถานทั่วไป  ซากของมหาวิทยาลัยอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์

                เส้นทางนาลันทาในปัจจุบัน  จากปัตนะถึงนาลันทา  ระยะทาง ประมาณ  ๙๐  กิโลเมตร  จากพุทธคยาถึงนาลันทาระยะทางประมาณ  ๑๐๐  กิโลเมตร  จากราชคฤห์ถึงนาลันทาระยะทาง ประมาณ  ๑๓  กิโลเมตร   ทิศเหนือติดหมู่บ้านบรากาว  ทิศใต้ติดหมู่บ้านกัปปะติยะ  ทิศตะวันออกติด หมู่บ้านสารีจักร  ทิศตะวันตกติดทุ่งนา

ประวัติความเป็นมา

                สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่เกิดและนิพพานของพระสารีบุตรพระอัครสาวกเบื้องขวา  ผู้ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า  เป็นเลิศกว่าภิกษุ ทั้งหลายด้านเป็นผู้มีปัญญามาก  และมีความกตัญญูต่อผู้มีอุปการคุณ  ก่อนจะ นิพพานท่านมาโปรดโยมแม่ของท่านที่นาลันทานี้  และก็ไม่ผิดหวัง  โยมแม่ของท่านได้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล  เป็นพระอริยบุคคลเบื้องต้นในพระพุทธศาสนา

                เมื่อท่านนิพพานแล้ว  ชาวเมืองนาลันทาคิดว่า  สถานที่แห่งนี้คงจะ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นแน่  จึงพร้อมใจกันเปลี่ยนแปลงห้องที่ท่านเกิดและนิพพานให้กลับกลายเป็นเจติยสถานไว้ สำหรับนมัสการและบูชาต่อไป

                บรรดาลูกศิษย์ที่มีความเคารพในพระสารีบุตร  ได้สร้างวิหารล้อมรอบพระเจดีย์  ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า  นี้นับเป็นที่มาแห่งมหาวิทยาลัยนาลันทา  ที่ยิ่งใหญ่ต่อมา

สมัยราชวงศ์ปาละ

                พระมหากษัตริย์ราชวงศ์ปาละ  ปกครองชมพูทวีปในระหว่างปี  .. ๑๓๐๓ - ๑๖๘๕  เป็นเวลาเกือบ  ๔๐๐  ปี   พระมหากษัตริย์ทุก ๆ  พระองค์ ของพระราชวงศ์นี้  ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ที่ดีต่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้  จนมีมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอีก    แห่ง  คือ

                                . มหาวิทยาลัยวิกรมศิลา

                                . มหาวิทยาลัยโสมปุระ

                                . มหาวิทยาลัยโอทันตบุรี

                                . มหาวิทยาลัยชคัททะ

                การศึกษาในสมัยราชวงศ์ปาละนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก จนมาถึงปี  .. ๑๗๕๒ ซึ่งในอดีตมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ประกอบด้วย ห้องเรียน ห้องสมุด หอพัก ห้องประชุม หอสวดมนต์ สถานที่ลงโทษ โรงครัว ยุ้งฉาง ที่เก็บรักษาอาหาร บ่อน้ำขนาดใหญ่ มีพระสงฆ์จากเมืองต่างๆ ที่มาศึกษาอยู่ถึง ๑๐,๐๐๐ รูป พระอาจารย์ ๓,๐๐๐ รูป

พระสาวกองค์สำคัญ ๆ เช่น พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะ เป็นต้น

                หลวงจีนฟาเหียน และหลวงจีนย่วนฉาง นักบวชชาวจีนเดินทางมามหาวิทยาลัยแห่งนี้ แม้ต่างวาระกัน แต่ก็ได้บันทึกบรรยายไว้ถึงความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยนาลันทา ว่าใหญ่โตมหึมามาก มีพื้นที่กว้างขวาง นักศึกษาอาศัยอยู่มาก มีการศึกษาค้นคว้าพระธรรมอย่างจริงจัง มีการปุจฉาวิสัชนาและอภิปรายหลักธรรมอย่างลึกซึ้งตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน ต่อมามหาวิทยาลัยก็มาถึงกาลอวสาน

นาลันทาเสื่อม

                ประมาณปี  .. ๑๗๖๖  ท่านตารนาถ  และท่านธัมมสวามิน  ภิกษุชาวธิเบตผู้เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น  บันทึกไว้ว่า  กองทัพมุสลิมหลังจากได้ ทำการรุกรานรบชนะ  และได้เข้าปกครองดินแดนชมพูทวีปฝ่ายเหนือและแคว้นมคธเกือบทั้งหมดแล้ว  ต่อจากนั้นก็ทำลายวัดวาอารามตลอดทั้งปูชนียสถานที่สำคัญมากมาย  ในปีนี้เองที่โมฮัมหมัด อิคเทีย  ขิลจิ  ลูกชายของภัคเทีย ขิลจิ พร้อมด้วยทหาร  ๒๐๐  คน  ได้กรีฑาทัพมาทำลายมหาวิทยาลัยและจุดไฟเผาฆ่าพระนักศึกษาล้มตายเป็นจำนวนมากไฟได้โหมไหม้อยู่เป็นเวลาหลายเดือนทิ้งทุกอย่างไว้แค่ความ ทรงจำกับอดีตที่เจ็บปวด

          ได้มีพวกนักศึกษาและคณาจารย์ประมาณ ๗๐ ท่านที่หลบซ่อนอยู่ตามบริเวณนั้น เมื่อศัตรูได้ยกทัพกลับแล้วค่อยๆ ทยอยออกจากที่ซ่อนแล้วพากันย้อนเข้าไปในมหาวิทยาลัย พบว่าส่วนใหญ่ได้ถูกทำลายอย่างย่อยยับ แต่ยังมีบางวัดพอที่จะจัดการปฏิสังขรณ์ได้ จึงพร้อมใจกันกำเนินการซ่อมแซมโดยมีท่านมุทิตาภัทร เป็นหัวหน้า และมีท่านรัฐมนตรีของพระมหากษัตริย์ แคว้นมคธ ได้สละทรัพย์จัดสร้างวัดใหม่ขึ้นอีก ๑ วัด ในบริเวณมหาวิทยาลัยนั่นเอง

                นับตั้งแต่นั้นมา  นาลันทาก็ถูกปล่อยทิ้งเป็นเวลานาน  ฝังจมดินเป็น เวลานานถึง  ๖๒๔  ปี

ค้นพบนาลันทา

                ตามประวัติกล่าวว่า  ประมาณปี  .. ๒๓๕๘  ลอร์ด  มินตัน  นักโบราณคดีชาวอังกฤษ  หลังจากได้อ่านบันทึกของพระถังซัมจั๋งเกี่ยวกับ นาลันทาแล้ว  เกิดความเลื่อมใสจึงเดินทางมาอินเดียและพยายามสำรวจอย่างถี่ถ้วน  ได้พบเพียงเทวรูป    องค์  อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยนาลันทา  ประมาณ    กิโลเมตร  แล้วก็เดินทางกลับอังกฤษ

                หลังจากนั้นอีกประมาณ  ๔๕  ปี  คือ  .. ๒๔๐๓  ท่าน  เซอร์  คันนิ่งแฮม  นักโบราณคดีชาวอังกฤษ  ได้ค้นสืบหาตำแหน่งตามตำราของ พระถังซัมจั๋ง  ที่ได้บันทึกไว้  และผลสุดท้ายท่าน ก็ได้พบที่ตั้งเดิมของมหา วิทยาลัยนาลันทาสมตามความปรารถนาทุกประการ

                นาลันทาที่ขุดค้นพบมีพื้นที่ประมาณ  ๒๓๑  ไร่ (๙๓ เอเคอร์)  แบ่ง เป็น ๒  ส่วน  คือ  ส่วนที่หนึ่งเป็นโบราณสถาน มีซากสถูปและตึกบริเวณ อาคารของมหาวิทยาลัย เป็นต้น ส่วนที่สอง เป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่า ๆ  ที่ขุดพบในบริเวณนาลันทา  มีพระพุทธรูปต่าง ๆ  เป็นต้น และยังมีโอ่งใหญ่ ๆ  อยู่    ใบ            

สถานที่สำคัญ

๑. สถาบันบาลีนวนาลันทาใหม่  (Navanalandamahavihar) 

สร้างเมื่อวันที่  ๒๐  พฤศจิกายน  .. ๒๔๙๔  โดยพระมหาเถระ ดร.เจ กัสสปะมหาเถระ หรือท่านชคติช ชาวอินเดีย เป็นผู้ดำเนินการก่อตั้ง โดยมีอดีตประธานาธิบดีของประเทศอินเดีย  ชื่อ  ดร.ราเชนทร ประสาท เป็นผู้วางศิลากฤษ์และ เป็นสถาบันบาลีทางพระพุทธศาสนาแห่งเดียวในอินเดีย  ปัจจุบันมีนักศึกษาจากประเทศต่าง ๆ  ทั้งพระและคฤหัสถ์  เช่น  ไทย, พม่า, กัมพูชา, จีน, เวียดนาม,       ศรีลังกา, เนปาล, บังคลาเทศ, ญี่ปุ่น โมงโกเลีย, ภูฐาน, ธิเบต, ชาวตะวันตกและชาวอินเดีย  เป็นต้น

          ๒. วัดไทยนาลันทา

                วัดไทยนาลันทา ตั้งอยู่ที่เมืองนาลันทา รัฐพิหาร เกิดจากแรงศรัทธาของพระมหาเถระ ดร. เจ กัสสปะ หรือ ชคติช กัสสปะมหาเถระ เป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันบาลีนวนาลันทามหาวิหาร ได้มีคุณูปการต่อคณะสงฆ์ไทยมอบที่ดินใกล้นวนาลันทามหาวิหารให้คณะสงฆ์ไทย เพื่อสร้างอาคารอื่นๆ โดยถวายแก่พระเดชพระคุณพระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ ทตฺตสุทฺธิ) ขณะดำรงสมณศักดิ์ พระเทพวิสุทธิโมลี วัดไทยพุทธคยา เพื่อจัดตั้งเป็นวัดไทยนาลันทา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เนื้อที่ประมาณ ๙ ไร่ โดยมอบให้พระมหานคร เขมปาลี (พระราชรัตนโมลี สมณศักดิ์สุดท้าย) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และมีพระมหาทองยอด ภูริปาโล ป.ธ. ๙ ขณะนั้น (ปัจจุบันคือพระเทพโพธิวิเทศ) เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๔ เพื่อเป็นที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา นอกนั้นเป็นที่เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย อบรมวิปัสสนากรรมฐาน จัดงานประชุมชาวพุทธนานาชาติในเมืองนาลันทา จัดสอนประเพณีวัฒนธรรมแก่เยาวชนชาวอินเดีย   ปัจจุบันมี พระมหา ดร. พัน สุภาจาโร เป็นผู้รักษาการดูแล

๓. หลวงพ่อองค์ดำ

                หลวงพ่อองค์ดำ  เป็นหลวงพ่อที่ศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งมีอายุ  ,๐๐๐  กว่าปี  ตั้งอยู่ทางตะวันตก  ของมหาวิทยาลัยนาลันทา  เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลัก จากหินสีดำ  หน้าตักกว้าง  ๑๖๐  นิ้ว  พระเกตุทรงดอกบัวตูม  ปางมารวิชัย สร้างในสมัยพระเจ้าเทวาปาล  ระหว่าง  .. ๑๓๕๓ - ๑๓๙๓  ซึ่งเป็น พระพุทธรูปที่เหลืออยู่องค์เดียวในบริเวณมหาวิทยาลัยนาลันทานี้  ซึ่งเมื่อปี  .. ๑๗๖๖  ได้ถูกพวกมุสลิมซึ่งมีอิคเทียร์  ขิลจิ  เป็นหัวหน้าพาพวกมาทำลายสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งทุบทำลายพระพุทธรูป  และ เอกสารตำราทางพระพุทธศาสนาทั้งหมด  คงเหลือไว้แต่ซากปรักหักพักอย่างที่เราเห็น

                ส่วนพระพุทธรูป  หลวงพ่อองค์ดำนั้นไม่ทราบว่าเพราะเหตุไรจึง ไม่ถูกทำลาย  และไม่ถูกส่งไปประเทศอังกฤษ  และเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุด  จะมีหักบิ่นนิดหน่อยที่นาสิก  และองคุลีข้างขวาเท่านั้น  ซึ่งเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ยิ่ง จนเป็นที่เคารพสักการะของคนในท้องถิ่นนั้นอย่างมาก  เช่นบางคนศรัทธา  เวลาลูกไม่สบายก็เอาน้ำมันเนยมาทาที่องค์ท่านก่อน  แล้วลูบเอาน้ำมันเนยนั้นกลับมาทาตัวลูก  ทำให้ลูกหายเจ็บป่วย  หายงอแง  กินข้าวได้อ้วนถ้วนสมบูรณ์  จนเป็นที่ขนานนามว่า  หลวงพ่อน้ำมัน  ภาษาอินเดียว่า  เตลิยะบาบา  หรือ  หลวงพ่ออ้วน  ภาษาอินเดียว่า  โมต้าบาบา

                สำหรับผู้คนที่ชอบมาตั้งจิตอธิษฐานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านคือ ให้ประสบความโชคดี  ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย  และตั้งจิตอธิษฐานสิ่งใด มักจะประสบความสำเร็จดังประสงค์

๔. โรงเรียนชุมชนชาวพุทธใหม่

                โรงเรียนชุมชนชาวพุทธใหม่ ตั้งอยู่เมืองนาลันทา รัฐพิหาร (ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยนวนาลันทา ทางทิศเหนือ) เมื่อปี  ๒๕๔๓ เนื้อที่ ๔ กะต้า  เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่เยาวชน  และให้โอกาสทางการศึกษาผู้ยากไร้ในดินแดนพุทธภูมิ โดยมีแนวการสอนตามหลักทางพระพุทธศาสนา  อยู่ภายใต้การดำเนินการของวัดไทยพุทธคยา  ซึ่งมีพระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด  ภูริปาโล)  เป็นที่ปรึกษา  และมีพระครูปลัด ดร.ฉลอง  จนฺทสิริ  เป็นประธานดำเนินการ  และมีพระอาจารย์ ดร. สมุทร  ถาวรธมฺโม  เป็นกรรมการและเลขานุการ  โดยการสนับสนุนจากสถานทูตไทย  และอาจารย์สรรค์ชัย  พรหมฤาษี  พร้อมพุทธศาสนิกชนทั่วไปโดยใช้ที่ดินของคุณสุเรศ  ปัจจุบันสร้างตึก ๒ ชั้น มีนักเรียน จำนวน ๓๘๐ คน

---------------------------

 

*********


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


 

   

       ประวัติครูอาจารย์
       บรรพบุรุษกวย
       ประวัติศาสตร์กวย


       โครงการจัดสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน
       หลักปฏิบัติ
       กิจกรรมการปฏิบัติ
       ระเบียบการปฏิบัติ
       ติดต่อเข้าปฏิบัติ
       แผนที่การเดินทาง


       สังเวชนียสถาน
       ลุมพินี
       ราชคฤห์
       นาลันทา
       พุทธคยา
       สารนาถ
       ไวสาลี
       สังกัสสะ
       สาวัตถี
       กุสินารา
       อชันตา
       แอลโลร่า
       ประวัติเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       ประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ อินเดีย*
       ประวัติพระปางปฐมเทศนา สารนาถ
       ประวัติหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       ประวัติหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา อินเดีย


       พุทธคยา ดงคสิริ ราชคฤห์ นาลันทา
       สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
       สังเวชนียสถาน และถ้ำอชันตา แอลโรล่า
       สังเวชนียสถาน และทัชมาฮาล
       แนะนำไหว้พระอินเดีย - ตามรอยบาทพระศาสดา


       เช่าบูชาหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       เช่าบูชาพระปางปฐมเทศนา สารนาถ หินดำแท้ อินเดีย
       เช่าบูชาหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทาแท้ อินเดีย
       ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างโรงพยาบาลภูริปาโล อินเดีย
       เช่าบูชากุมารน้อย หรือเบบี้บุดด้า Baby Buddha
       เช่าบูชาพระปางปรินิพพาน กุสินารา
       เช่าบูชาเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       เช่าบูชาล็อคเก็ตพระพุทธเมตตา ล็อคเก็ตอินเดีย


       แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว
       ทางตอนเหนือ ประเทศกัมพูชา
       จังหวัดสุรินทร์
       จังหวัดศรีสะเกษ
       จังหวัดบุรีรัมย์
       จังหวัดอุบลราชธานี
       จังหวัดสุพรรณบุรี
       จังหวัดสระแก้ว


       ข่าวสด
       มติชน
       สยามรัฐ
       คมชัดลึก
       เดลินิวส์
       ไทยรัฐ


ศูนย์กลางการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมกวย (ส่วย)
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะสลัก ๓ ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โทร/โทรสาร. ๐๒-๒๒๑-๘๘๙๑, ๐๒-๒๒๓-๖๓๕๒, ๐๘๑-๗๒๑-๕๒๔๑
© COPYRIGHT 2008 ALL RIGHTS RESERVED WWW.KUAY.ORG