มีคนชมอยู่ 37 คน
หน้าหลัก ð เว็บบอร์ดð ðสมุดเยี่ยมðติดต่อเรากวยð รูปภาพ ð วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560
    ผู้เข้าชม : 1065220 คน

       ศิลปวัฒนธรรมกวย
       วิถีชีวิตกวย
       ช้างกับกวย
       พิธีกรรมกวย
       ห้องสมุดกวย
       โครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้กวย
       โครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       วีดิทัศน์ประวัติศาสตร์และพิธีกรรมกวย/ส่วย

       โครงการสร้างอุทยานทางพระพุทธศาสนา
       เจดีย์
       พระพุทธรูป
       รูปเหมือนบุคคลสำคัญ
       สังเวชนียสถาน
       สิ่งศักดิ์สิทธิ์

       ภาษากวย(ส่วย)
       สนทนาภาษากวย
       ฟังเสียงพุทธธรรมภาษากวย
       พจนานุกรมกวย
       ภาษาบังคับช้าง

       ประวัติศาสตร์กวย
       วิถีชีวิตชาวกวย
       การศึกษาวิเคราะห์มรรควิธีแห่งโกอาน

       หลักสูตรพระพุทธศาสนา
       สื่อการสอนพระพุทธศาสนา
       แผนการสอนพระพุทธศาสนา
       กิจกรรมการเรียนการสอน
       ที่อยู่สถาบันอุดมศึกษา

       ข้าวมะลิ
       ผ้าไหม
       ผลิตภัณฑ์ OTOP กวย

       มูลนิธิกวย
       ทุนนิธิกวย
       ทุนการศึกษากวย
       มูลนิธิหลวงพ่อพระพุทธเมตตา

       วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
       มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย
       วัดไทยไวสาลี อินเดีย
       วัดไทยพุทธกตัญญูรัชคุณวิหาร อินเดีย
       จังหวัดสุรินทร์
       อำเภอสังขะ
       สถาบันการศึกษา
       หมู่บ้านในเขตตำบลขอนแตก
       วัดในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนจิตรลดา

       สมาชิกเข้าระบบ
       ลืมรหัสผ่าน
       สมัครสมาชิกใหม่




เน‚เธ„เธฃเธ‡เธเธฒเธฃเธชเธฃเน‰เธฒเธ‡เธŠเน‰เธฒเธ‡เน€เธœเธทเธญเธเธ—เธตเนˆเนƒเธซเธเนˆเธ—เธตเนˆเธชเธธเธ”

พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ

โครงการจัดหาทุนการสร้าง

“ช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด”

*****

๑.      หลักการและเหตุผล

ช้างเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของประเทศไทย  ช้างมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาแต่อดีตกาล เป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ไทย ที่ดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน และเป็นผู้ปกป้องเอกราชแห่งชาติไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้จารึกไว้ว่าช้างได้เข้ามามีส่วนในการปกป้องเอกราชและความเป็นชาติให้แก่ชาวไทยหลายยุคหลายสมัย  ใช้ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ การสร้างสรรค์วัฒนธรรมที่ดีงามของชาติไทยในอดีตกาลนั้นล้วนแต่ได้ช้างเข้ามามีส่วนร่วมอยู่ด้วยทั้งสิ้น นอกนั้นช้างยังสร้างความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศ และใช้เป็นพาหนะในการคมนาคม ในยุคสมัยที่การคมนาคมยังไม่เจริญเทียบเท่ากับในปัจจุบัน มนุษย์ยังไม่ได้มีการพัฒนาเครื่องจักรต่างๆ สำหรับนำมาใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงเพื่อการขนส่งของ ช้างคือพาหนะที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับมนุษย์ เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ใหญ่มีความเฉลียวฉลาดและมีพละกำลังมหาศาล ช้างจึงสามารถขนส่งสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในปริมาณมากได้อย่างอดทน ถึงแม้ในปัจจุบันมนุษย์ได้มีการพัฒนาเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความนิยมในการใช้แรงงานจากช้างจึงค่อยๆ ลดลง แต่ช้างก็ยังคงเป็นสัตว์ที่คนไทยทั้งชาติให้ความสำคัญเสมอดังนั้นรัฐบาลไทยจึงได้กำหนดให้ช้างเผือกเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของชาติ โดยกำหนดให้ทุกวันที่ ๑๓ มีนาคมของทุกปีเป็นวันช้างไทย

ช้างนั้นได้รับความสนใจศึกษาลักษณะได้อย่างละเอียด ช้างที่มีลักษณะมงคลนั้นก็จะถูกคัดเลือกมาเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นช้างต้น เพื่อเป็นราชพาหนะแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ช้างที่มีลักษณะเป็นมงคลซึ่งเป็นที่ปรารถนาอย่างยิ่งแต่โบราณ คือ ช้างเผือกหรือช้างสำคัญ ซึ่งเมื่อพบแล้วจะถูกนำน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระมหากษัตริย์เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีรับและขึ้นระวางสมโภชเป็นพระยาช้างต่อไป ซึ่งช้างเผือก คือช้างที่มีลักษณะต่างจากช้างธรรมดาทั่วไป ด้วยมีสีผิว นัยน์ตา และเล็บขาว จัดได้ว่ามีลักษณะที่หาได้ยาก จึงเป็นที่เชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์ที่เป็นมงคลให้แก่ผู้ที่เป็นเจ้าของ และเป็นเครื่องมงคลชนิดหนึ่ง

ความเชื่อของคนไทยกับช้างเผือกนั้น เป็นช้างที่เกิดขึ้นเพราะพระบารมีของพระมหากษัตริย์ ถ้าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดมีช้างเผือกมาสู่พระบารมีจำนวนมาก ก็จะถือว่าเป็นมงคล บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อสำนักพระราชวังตรวจคชลักษณ์ว่าเป็นช้างเผือกหรือช้างสำคัญแล้ว ก็จะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจะน้อมเกล้าฯ ถวายช้างสำคัญ และมีพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ พระมหากษัตริย์องค์ใดได้พบช้างเผือกเป็นจำนวนมาก แสดงว่า พระมหากษัตริย์พระองค์นั้นทรงถึงพร้อมด้วยบุญญาภินิหารบารมีมากและมักถวายพระนามพระองค์ว่า พระเจ้าช้างเผือก ดังเช่น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นต้น

เมื่อปีพ.ศ. 2302 ในรัชกาลพระเจ้าเอกทัศน์ กรุงศรีอยุธยา พระยาช้างเผือกได้แตกโรงจากเมืองหลวงไปอยู่ในป่าดง แขวงเมืองพิมาย เชียงฆะ หัวหน้าหมู่บ้านโคกอัจจะ พร้อมหัวหน้าหมู่บ้านคนอื่น ได้อาสาไปติดตามช้างเผือกกลับมาได้ จึงทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเชียงฆะเป็น “พระสังฆะบุรีศรีนครอัจจะ” และยกฐานะบ้านโคกอัจจะ เป็นเมืองสังฆะ ปัจจุบันเป็นอำเภอสังขะ

            ในฐานะที่ชุมชนชาวกวยอำเภอสังขะจังหวัดสุรินทร์บริเวณนี้ได้มีโอกาสได้จับช้างเผือกของพระเจ้าแผ่นดินได้ ดังนั้นเพื่อให้เป็นอนุสรณ์แด่ชนชาติกวยที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ พระศาสนามาตลอด จึงเห็นควรให้จัดสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด และเพื่อถวายเป็นอนุสรณ์แก่ช้างเผือกของพระราชาที่มาอยู่ในบริเวณนี้

๒. วัตถุประสงค์

๑.๑ เพื่อจัดสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด ให้ทราบว่าบริเวณนี้ชาวกวยได้เป็นผู้คล้องช้างของพระเอกทัศน์เมืองอยุธยาหลุดจากเพนียดช้างได้

๑.๒    เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้วิถีของช้างและเป็นที่สร้างจิตวิญญาณให้ชุมชนเห็นคุณค่าความสำคัญของช้าง เป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์

๑.๓ เพื่อให้สามารถเผยแพร่ช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกประเทศได้รับทราบ

๓. เป้าหมาย

                ๓.๑     ด้านปริมาณ

                   ๓.๑.๑ จัดหาพื้นที่สร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด              

               ๓.๑.๒ ให้พระภิกษุสามเณร นิสิต นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทั่วไป สามารถได้เข้าชม จำนวน ๓,๐๐๐ รูป/คน ต่อปี

            ๓.๒ ด้านคุณภาพ

                    ๓.๒.๑ ให้ชุมชนได้เห็นคุณค่าของช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด เป็นสิ่งสำคัญประจำถิ่น

                    ๓.๒.๒ ให้พระภิกษุสามเณร นิสิต นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พ่อค้า หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไป ได้เข้าช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุดได้อย่างเพียงพอ

๔. วิธีดำเนินการ

             ๔.๑ จัดทำโครงการหาพื้นที่ในการจัดสร้างแต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศให้ทราบ โดยดำเนินการตามโครงการให้สำเร็จต่อไป

               ๔.๒ ขอความร่วมมือพระสังฆาธิการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และประชาชนในท้องถิ่นทั่วไป ในการดำเนินงานต่อไป

               ๔.๓ จัดสร้างวัตถุมงคล หนังสือสมุดภาพอินเดีย ผลิตภัณฑ์ของสถาบัน ขอรับบริจาคจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

๕. ระยะเวลาดำเนินการและสถานที่ตั้ง

             ๕.๑    ระยะเวลา ๒๐  ปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ - ๒๕๗๑

               ๕.๒ บริเวณเขตตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์       

๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ

            ๖.๑    มีพระอาจารย์ ดร. สมุทร ถาวรธมฺโม เป็นผู้ประสานงานดำเนินการ พร้อมด้วยคณะสงฆ์อำเภอสังขะ และคณะสงฆ์ตำบลขอนแตก

               ๖.๒    นายกเทศมนตรีอำเภอสังขะ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารประจำตำบล (อบต.) เขตบริเวณตำบลขอนแตกและบริเวณใกล้เคียง และข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวอำเภอสังขะ

๗. งบประมาณ

            ๗.๑    รับจากพระมหาเถรานุเถระและพระเถระทั่วไป

               ๗.๒    รับจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วไป

               ๗.๓    รับจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทั้งภายในและภายนอกประเทศทั่วไป

๘. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

   ๘.๑    ได้ช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุดเป็นสิ่งที่สำคัญประจำถิ่นกวย

   ๘.๒    ได้เป็นที่ศึกษาเกี่ยวกับช้างเผือกให้เป็นการเรียนรู้ประจำถิ่น และกิจกรรมทางวิชาการของท้องถิ่น

   ๘.๓    ได้มีสถานที่เผยแพร่ช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุดให้เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ประจำท้องถิ่นให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกประเทศได้รับทราบ

------------------------

รายละเอียดสิ่งต้องดำเนินการ

*****

                    ช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดวัดโดยรอบประมาณ ๑๐๐ เมตร

                     สูง ๕๙ เมตร             ประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท

               สร้างศาลารายล้อมรอบช้าง  ๖ หลัง ๆ ละ ประมาณ  ๒๐๐,๐๐๐ บาท

                                           จำนวน     ๑,๒๐๐,๐๐๐  บาท

ที่ปรึกษาโครงการ

พระธรรมโมลี (ทองอยู่)        เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์

                                     เจ้าอาวาสวัดศาลาลอย จ.สุรินทร์

พระธรรมสุธี (พีร์)               เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

                                     อธิบดีสงฆ์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กทม.

พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด)    หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย

                                        เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย

พระราชรัตนรังสี (วีระยุทธ์)     เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์

                                  ประเทศอินเดีย พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย

พระศรีวิสุทธิคุณ (มานพ)        รองเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์

พระครูพิทักษ์สังฆกิจ (โกสุม)   เจ้าคณะอำเภอสังขะ – ศรีณรงค์

                                        เจ้าอาวาสวัดโพธาราม จังหวัดสุรินทร์

พระครูจันทปัญญาภรณ์ (ขาว)  รองเจ้าคณะอำเภอสังขะ

พระครูวิศิษฏ์วิหารคุณ (ฉลาด)  รองเจ้าคณะอำเภอสังขะ

พระครูภาวนาประยุต (สุข)        วัดเทพมงคล อำเภอศรีณรงค์

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์        รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ 

            ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจ.สุรินทร์

            ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์

            นายอำเภอสังขะ                   นายกเทศมนตรีอำเภอสังขะ

            ศาสตราจารย์กิตติคุณอำไพ สุจริตกุล   นายเกษม แสนโภช

นายสาคร โสภา                         แม่สุพรรณ ประดับสุข

คณะกรรมการดำเนินการ

พระอาจารย์ ดร. สมุทร ถาวรธมฺโม   ประธานดำเนินการ

พระครูประภัทรจริยาภรณ์  (ปัน)    รองประธานกรรมการ

                                                         กรรมการ

พระครูสิริจันทพิมล (บุญโหม)       พระครูประภัทรจริยาภรณ์ (ปัน)

พระครูกัลยาณธรรมโฆษ (รุ่ง)       พระครูธรรมธรรัตนาภิรม (ลุน)

พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (ไสว)      นายลือพงศ์  ลีลพนัง          

นางสาวพรทิพ บุญสงเคราะห์          นางสาวชาลินี บุญสงเคราะห์   

นางสาวณัฐกาญจน์ แซ่จึง           นางสาวภิรมย์ ศรีเพชร       

นายรังษี สุทนต์                          กำนันตำบลขอนแตก

ผู้ใหญ่บ้านขอนแตก                     ผู้ใหญ่บ้านขอนทอง

ผู้ใหญ่บ้านไทยสามัคคี              ผู้ใหญ่บ้านสุขสำราญ

ผู้ใหญ่บ้านอาวอก                  ผู้ใหญ่บ้านหนองปลาขาว

ผู้ใหญ่บ้านโตงน้อย                     ผู้ใหญ่บ้านหัวกระบือ

ผู้ใหญ่บ้านสวาท                   ผู้ใหญ่บ้านหนองมหาไทย

ผู้ใหญ่บ้านแจงแมง                     นายสวัสดิ์ ทาทอง

นายต่วน มะโนรส                      ร.ต.ต.สุพจน์ ผมหอม

นางสังวาลย์ ศรีสุวรรณ์                นายกานต์ ทาทอง

นายสังวร สีสัน                          นางละอองตา ทาทอง

นางสาวสมพร ปัดทา 

พระมหาพิรุฬห์ พทฺธสีโล              กรรมการและเลขานุการ

พระเศียร เตชธมฺโม                    กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นายปรีดา ศรีจันทร์                    กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นายสง่า ศรีจันทร์                       กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

 

ติดต่อร่วมบริจาคได้ที่ :

ขอเจริญพรเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมบริจาคสมทบทุนการก่อสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุดได้ที่ พระอาจารย์ ดร.สมุทร ถาวรธมฺโม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ คณะสลัก ๓ ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ โทร. 0-2221-8891, 0-2223-6352, 08-1721-5241 หรือบริจาคผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาท่าพระจันทร์ บัญชีฝากประจำ เลขที่  905-2-00501-5   ชื่อบัญชี พระสมุทร ทาทอง  “เพื่อสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐานและอุทยานการเรียนรู้”

 

*********


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


 

   

       ประวัติครูอาจารย์
       บรรพบุรุษกวย
       ประวัติศาสตร์กวย


       โครงการจัดสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน
       หลักปฏิบัติ
       กิจกรรมการปฏิบัติ
       ระเบียบการปฏิบัติ
       ติดต่อเข้าปฏิบัติ
       แผนที่การเดินทาง


       สังเวชนียสถาน
       ลุมพินี
       ราชคฤห์
       นาลันทา
       พุทธคยา
       สารนาถ
       ไวสาลี
       สังกัสสะ
       สาวัตถี
       กุสินารา
       อชันตา
       แอลโลร่า
       ประวัติเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       ประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ อินเดีย*
       ประวัติพระปางปฐมเทศนา สารนาถ
       ประวัติหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       ประวัติหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา อินเดีย


       พุทธคยา ดงคสิริ ราชคฤห์ นาลันทา
       สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
       สังเวชนียสถาน และถ้ำอชันตา แอลโรล่า
       สังเวชนียสถาน และทัชมาฮาล
       แนะนำไหว้พระอินเดีย - ตามรอยบาทพระศาสดา


       เช่าบูชาหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       เช่าบูชาพระปางปฐมเทศนา สารนาถ หินดำแท้ อินเดีย
       เช่าบูชาหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทาแท้ อินเดีย
       ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างโรงพยาบาลภูริปาโล อินเดีย
       เช่าบูชากุมารน้อย หรือเบบี้บุดด้า Baby Buddha
       เช่าบูชาพระปางปรินิพพาน กุสินารา
       เช่าบูชาเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       เช่าบูชาล็อคเก็ตพระพุทธเมตตา ล็อคเก็ตอินเดีย


       แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว
       ทางตอนเหนือ ประเทศกัมพูชา
       จังหวัดสุรินทร์
       จังหวัดศรีสะเกษ
       จังหวัดบุรีรัมย์
       จังหวัดอุบลราชธานี
       จังหวัดสุพรรณบุรี
       จังหวัดสระแก้ว


       ข่าวสด
       มติชน
       สยามรัฐ
       คมชัดลึก
       เดลินิวส์
       ไทยรัฐ


ศูนย์กลางการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมกวย (ส่วย)
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะสลัก ๓ ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โทร/โทรสาร. ๐๒-๒๒๑-๘๘๙๑, ๐๒-๒๒๓-๖๓๕๒, ๐๘๑-๗๒๑-๕๒๔๑
© COPYRIGHT 2008 ALL RIGHTS RESERVED WWW.KUAY.ORG