มีคนชมอยู่ 33 คน
หน้าหลัก ð เว็บบอร์ดð ðสมุดเยี่ยมðติดต่อเรากวยð รูปภาพ ð วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560
    ผู้เข้าชม : 1065181 คน

       ศิลปวัฒนธรรมกวย
       วิถีชีวิตกวย
       ช้างกับกวย
       พิธีกรรมกวย
       ห้องสมุดกวย
       โครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้กวย
       โครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       วีดิทัศน์ประวัติศาสตร์และพิธีกรรมกวย/ส่วย

       โครงการสร้างอุทยานทางพระพุทธศาสนา
       เจดีย์
       พระพุทธรูป
       รูปเหมือนบุคคลสำคัญ
       สังเวชนียสถาน
       สิ่งศักดิ์สิทธิ์

       ภาษากวย(ส่วย)
       สนทนาภาษากวย
       ฟังเสียงพุทธธรรมภาษากวย
       พจนานุกรมกวย
       ภาษาบังคับช้าง

       ประวัติศาสตร์กวย
       วิถีชีวิตชาวกวย
       การศึกษาวิเคราะห์มรรควิธีแห่งโกอาน

       หลักสูตรพระพุทธศาสนา
       สื่อการสอนพระพุทธศาสนา
       แผนการสอนพระพุทธศาสนา
       กิจกรรมการเรียนการสอน
       ที่อยู่สถาบันอุดมศึกษา

       ข้าวมะลิ
       ผ้าไหม
       ผลิตภัณฑ์ OTOP กวย

       มูลนิธิกวย
       ทุนนิธิกวย
       ทุนการศึกษากวย
       มูลนิธิหลวงพ่อพระพุทธเมตตา

       วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
       มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย
       วัดไทยไวสาลี อินเดีย
       วัดไทยพุทธกตัญญูรัชคุณวิหาร อินเดีย
       จังหวัดสุรินทร์
       อำเภอสังขะ
       สถาบันการศึกษา
       หมู่บ้านในเขตตำบลขอนแตก
       วัดในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนในเขตตำบลขอนแตก
       โรงเรียนจิตรลดา

       สมาชิกเข้าระบบ
       ลืมรหัสผ่าน
       สมัครสมาชิกใหม่




เน‚เธ„เธฃเธ‡เธเธฒเธฃเธชเธฃเน‰เธฒเธ‡เธญเธธเธ—เธขเธฒเธ™เธเธฒเธฃเน€เธฃเธตเธขเธ™เธฃเธนเน‰เธเธงเธข

 

“อุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย”

*****

๑.      หลักการและเหตุผล

สังคมไทยมีความหลากหลายในชาติพันธ์ มีประเพณีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทั้งทางด้านภาษาและกิจกรรมในการดำเนินชีวิตซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ แต่สิ่งที่คนไทยมีเหมือนกันคือมีวัฒนธรรมจะเป็นสิ่งที่กำหนด แบบแผน ข้อบังคับ กฎหมาย ทำให้เกิดประเพณี ความเชื่อ ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ออกไปของแต่ละสังคม  อีกทั้งวัฒนธรรม ยังเป็นตัวกำหนด พฤติกรรมของมนุษย์ ในกลุ่มสังคมนั้นและยังสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมอีกด้วย การแสดงออกคนในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของคนในสังคมที่มีลักษณะการดำเนิน ชีวิตที่แสดงออกมาถึง ความเจริญงอกงาม ความมีศีลธรรม ความกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนในชาติ เนื่องมาจากมีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภายในหมู่คณะของตนและยึดถือปฏิบัติร่วมกัน

               ชุมชนชาวกวย หรือส่วย ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ  จังหวัดบุรีรัมย์ และกระจายอยู่ในบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น ชาวกวยในประเทศไทยน่าจะมีประชากรประมาณเกือบ ๔ แสนคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ปะปนกับชุมชนเขมรและลาว ทำให้เกิดการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมเข้ากับชนกลุ่มอื่นบ้าง

               ในปัจจุบันชุมชนชาวกวยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีวัฒนธรรมเป็นของตนเองที่ชัดเจน นับได้ว่าเป็นประชากรที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศที่ยังต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตเช่นเดียวกับชาวไทยในชนบททั่วไป หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานทั่วไปควรที่ได้มีความรู้เกี่ยวกับชนชาติกวยอย่างถูกต้อง เพื่อนำไปประยุกต์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นที่ยอมรับในสังคมของกลุ่มชนในประเทศไทยทั่วไป เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภาษา การแต่งกาย ความเชื่อ และพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำกลุ่มไว้มิให้สูญหายไปตามกระแสของโลก ควรที่จะสร้างศูนย์การเรียนรู้ของกลุ่มชนกวยให้เป็นศูนย์การศึกษาของคนทั่วไป

๒. วัตถุประสงค์

๑.๑ เพื่อจัดสร้างสถาบันการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย และส่งเสริม สนับสนุน การประสานการเรียนรู้ของชุมชนโดยกระบวนการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านผู้รู้หรือผู้นำภูมิปัญญาของท้องถิ่น เพื่อให้เป็นที่ศึกษาหาความรู้ตลอดชีวิตของประชาชน นิสิต นักเรียน นักศึกษาทั่วไป

๑.๒ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวยและเป็นที่สร้างจิตวิญญาณให้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมประเพณีกวยของชุมชนกวยและประชาชนทั่วไป

๑.๓ เพื่อให้เป็นสถานที่เผยแพร่กิจกรรมการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกประเทศได้รับทราบ

๓. เป้าหมาย

                ๓.๑     ด้านปริมาณ

                   ๓.๑.๑ จัดหาพื้นที่สร้างสถาบันการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย ให้เป็นที่จัดกิจกรรมและฝึกอบรมกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ

               ๓.๑.๒ พระภิกษุสามเณร นิสิต นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทั่วไป ได้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน ๓,๐๐๐ รูป/คน ต่อปี

            ๓.๒ ด้านคุณภาพ

                    ๓.๒.๑ ได้มีที่ฝึกอบรมการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย ที่จัดแสดงและจัดกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ประจำถิ่นทั่วไป

                    ๓.๒.๒ พระภิกษุสามเณร นิสิต นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทั่วไป สามารถเข้าร่วมฝึกอบรม จัดกิจกรรม การจัดแสดงผลิตภัณฑ์อย่างเพียงพอ          

๔. วิธีดำเนินการ

            ๔.๑ จัดทำโครงการหาพื้นที่ในการจัดสร้าง แต่งตั้งคณะกรรมการผู้รับผิดชอบประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศให้ทราบ โดยดำเนินการตามโครงการให้สำเร็จต่อไป

               ๔.๒  ขอความร่วมมือพระสังฆาธิการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ทั้งภายในและภายนอกประเทศ และประชาชนในท้องถิ่นทั่วไป ในการดำเนินงานต่อไป

               ๔.๓ จัดสร้างวัตถุมงคล หนังสือสมุดภาพอินเดีย ผลิตภัณฑ์ของสถาบัน ขอรับบริจาคจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนผู้มีศรัทธาทั่วไป ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

๕. ระยะเวลาดำเนินการและสถานที่ตั้ง

             ๕.๑  ระยะเวลา ๒๐  ปี เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๗๐

               ๕.๒  บริเวณป่าช้าบ้านอาวอก ตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์      

๖. ผู้รับผิดชอบโครงการ

            ๖.๑ มีพระอาจารย์ ดร.สมุทร ถาวรธมฺโม เป็นผู้ประสานงานดำเนินการ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ตำบลขอนแตก

               ๖.๒ นายกเทศมนตรีอำเภอสังขะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารประจำตำบล (อบต.) เขตบริเวณตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ และบริเวณใกล้เคียง และข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวอำเภอสังขะร่วมดำเนินการ

๗. งบประมาณ

            ๗.๑    รับจากพระมหาเถรานุเถระและพระเถระทั่วไป

               ๗.๒    รับจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วไป

               ๗.๓    รับจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทั้งภายในและภายนอกประเทศทั่วไป

๘. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๘.๑ ได้มีที่จัดสร้างสถาบันการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย และส่งเสริม สนับสนุน การประสานการเรียนรู้ของชุมชนโดยกระบวนการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านผู้รู้หรือผู้นำภูมิปัญญาของท้องถิ่น เพื่อให้เป็นที่ศึกษาหาความรู้ตลอดชีวิตของประชาชน นิสิต นักเรียน นักศึกษาทั่วไป

๘.๒ ได้มีที่ศึกษาศิลปวัฒนธรรมกวย ที่จัดแสดงและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประจำถิ่น และกิจกรรมทางวิชาการและการวิจัยของท้องถิ่น

๘.๓ ได้มีสถานที่เผยแพร่กิจกรรมการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกประเทศได้รับทราบ

------------------------

 

รายละเอียดสิ่งต้องดำเนินการ

*****

            พื้นที่ในโครงการ ๒๐ ไร่ (พื้นที่ต้องการเบื้องต้น ๑๐ ไร่)   

         ๑.    อาคารศูนย์การเรียนรู้ประจำถิ่น    หลัง

                    ลักษณะ       : เป็นอาคารชั้นเดียว ทรงกลมแบบทรงไทยประยุกต์ประจำถิ่น

                               พื้นที่ใช้            ประมาณ ๒,๕๐๐ ตารางเมตร

   งบประมาณ                 :            ประมาณ  ๑๕  ล้าน

         ๒. ประเภทการเรียนรู้ประจำถิ่น ภายในอาคาร

               ๒.๑    ประเภทการละเล่น ประมาณ ๑๐ จุด

                        ลักษณะปติมากรรม  ๑๐ จุด ๆ ละ     ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท

            ๒.๒ ประเภทเครื่องดักสัตว์ ประมาณ ๑๐ จุด (บนบกและในน้ำ)

            ลักษณะจัดทำเป็นอุปกรณ์เครื่องดักสัตว์ พร้อมพื้นที่ ๑๐ จุด ๆ

                                                                       จำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท

         ๓. อาคารเรียนศิลปวัฒนธรรมกวย   หลัง

                 ลักษณะ : เป็นอาคาร ๒ ชั้น ๔ เหลี่ยม แบบทรงไทยประยุกต์ประจำถิ่น

                                       พื้นที่ใช้สอย      ประมาณ ๒,๐๐๐ ตารางเมตร

     งบประมาณ            :                    ประมาณ    ล้าน

         ๔. เจดีย์ศิลปะกวย (ส่วย) ขนาดวัดโดยรอบ ๕๙ เมตร ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท

       ๕. ประตูทางเข้าแบบศิลปะประจำถิ่น              ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาท

-----------------------------

 

ที่ปรึกษาโครงการ

พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร)   

                               อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระธรรมโมลี (ทองอยู่) เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์

                                เจ้าอาวาสวัดศาลาลอย จ.สุรินทร์

พระธรรมสุธี (พีร์)          เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

                                 อธิบดีสงฆ์ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ

พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด)  หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย

                                 เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย

พระศรีวิสุทธิคุณ (มานพ)     รองเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์

พระครูพิทักษ์สังฆกิจ (โกสุม) เจ้าคณะอำเภอสังขะ

                                     เจ้าอาวาสวัดโพธาราม จ.สุรินทร์

พระครูจันทปัญญาภรณ์ (ขาว)        รองเจ้าคณะอำเภอสังขะ

พระครูวิศิษฏ์วิหารคุณ (ฉลาด)         รองเจ้าคณะอำเภอสังขะ

พระครูภาวนาประยุต (สุข)               วัดเทพมงคล อำเภอศรีณรงค์

            ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์              รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์

            นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ผู้อำนวยการ

                                                           สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สุรินทร์

            ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอสังขะ

          นายกเทศมนตรีอำเภอสังขะ            ศาสตราจารย์กิตติคุณอำไพ สุจริตกุล

             นายเกษม แสนโภช                      นายสาคร โสภา

            แม่สุพรรณ ประดับสุข                นางสายไหม จบกนศึก

          ดร.เสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี              รศ.ดร.อมร แสงมณี

                                                 คณะกรรมการดำเนินการ

                        พระอาจารย์ ดร. สมุทร ถาวรธมฺโม            ประธานดำเนินการ

                พระครูประภัทรจริยาภรณ์ (ปัน)                  รองประธานกรรมการ

                                                            กรรมการ

พระครูสิริจันทพิมล (บุญโหม)                  พระครูกัลยาณธรรมโฆษ (รุ่ง)

พระครูธรรมธรรัตนาภิรม (ลุน)                 พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (ไสว)

พระอาจารย์ทรัพย์ โสภโณ                     พระติ๋ว เตชธมฺโม                 

รศ.ดร.อมร แสงมณี                              นายลือพงศ์ ลีลพนัง

นางสาวพรทิพ บุญสงเคราะห์               นางสาวชาลินี บุญสงเคราะห์

นางสาวณัฐกาญจน์ แซ่จึง                   นางสาวภิรมย์ ศรีเพชร

นายรังษี สุทนต์                                    นางสาวธรรมวลี ศรีแช่ม

นางสาวมณีรัตน์ ลี้สุทธิพรชัย                   กำนันตำบลขอนแตก

ผู้ใหญ่บ้านขอนทอง                               ผู้ใหญ่บ้านสุขสำราญ

ผู้ใหญ่บ้านไทยสามัคคี                      ผู้ใหญ่บ้านอาวอก

ผู้ใหญ่บ้านหนองปลาขาว                        ผู้ใหญ่บ้านสวาท

ผู้ใหญ่บ้านโตงน้อย                         ผู้ใหญ่บ้านหนองมหาไทย

ผู้ใหญ่บ้านหัวกระบือ                         นายสวัสดิ์ ทาทอง

ผู้ใหญ่บ้านแจงแมง                               นายวอน สีสัน 

นายต่วน มะโนรส                                 นางสาวสมพร ปัดทา    

นางลำมอญ ศรีจันทร์                             นายนิมิตร รอดรับบุญ        

พระมหาปิยะ อุตฺตมปญฺโญ                      คุณสิริพิชญ์ เตชะไกรศรี

พระมหาพิรุฬห์ พทฺธสีโล                        กรรมการและเลขานุการ

พระเศียร จนฺทธมฺโม                            กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นายปรีดา ศรีจันทร์                               กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นายสง่า ศรีจันทร์                                 กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ติดต่อร่วมบริจาคได้ที่ :

ขอเจริญพรเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมบริจาคสมทบทุนการก่อสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย ได้ที่ พระอาจารย์ ดร.สมุทร ถาวรธมฺโม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ คณะสลัก ๓ ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ โทร. 0-2221-8891, 0-2223-6352, 08-1721-5241 หรือบริจาคผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาท่าพระจันทร์ บัญชีฝากประจำ เลขที่  905-2-00501-5   ชื่อบัญชี พระสมุทร ทาทอง  “เพื่อสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐานและอุทยานการเรียนรู้”

 

 

*********


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


       สุดยอดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ “ปะชิหมอช้าง” ของหมอช้างรุ่นเก่าอายุ 90 ปี สู่หมอช้างรุ่นใหม่ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2560 วันช้างไทย ที่สำนักสงฆ์วัดป่าอาเจียง บ้านหนองบัว ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยพระสมุห์หาญ ปัญญาธโร เจ้าอาวาส และมีคุณตาบุญมา แสนดี อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นหมอช้าง ที่มีอายุมากที่สุด ที่เป็นหมอช้าง คนคล้องช้าง ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ได้นำบรรดาหมอช้างรุ่นเก่า ที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ประกอบพิธี "ปะชิหมอช้าง" หรือ แต่งตั้งหมอช้างรุ่นใหม่ สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง และการเลี้ยงช้าง ทุกคนจะนุ่งห่ม ผ้าไหม คล้องตัวด้วยผ้าขาวม้าไหม ประดับด้วยเครื่องเงิน นำเครื่องเซ่นไหว้ ไก่ต้ม ข้าวสุก กล้วย น้ำหวาน น้ำดื่ม พร้อมทั้งเชือกปะกำช้าง หรือ เชือกคล้องช้าง ที่ทำมาจากหนังควาย และตะขอควบคุมช้าง สิ่งของจำเป็นในการคล้องช้าง นำเข้าประกอบพิธีปะชิหมอช้าง จะมีควาญช้างที่เป็นผู้ชาย มีช้างเป็นของตนเองและเลี้ยงช้างมาเป็นเวลา ถึงเวลาที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหมอช้าง สืบทอดวิชาคล้องช้าง ควบคุมช้าง เลี้ยงช้าง ทดแทนกับหมอช้างรุ่นปู่ รุ่นตา ที่มีอายุมากแล้ว คุณตาบุญมา แสนดี เป็นประธานนำประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้กับหมอช้างรุ่นใหม่ ซึ่งมีหมอช้างอีก 6 คน ได้เป็นผู้ร่วมประกอบพิธี มีการขอขมา บูชา เจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวช้างและเชือกปะกำช้าง และร่วมกันบริกรรมอาคา ลงที่ตัวหมอช้างรุ่นใหม่ พร้อมทั้งให้หมอช้างรุ่นใหม่ ขึ้นไปควบคุมช้างบนหลังช้างถือปะกำคล้องช้าง ควบคุมช้าง และให้ช้างเดินรอบสถานที่ประกอบพิธี 3 รอบ และลงจากหลังช้างเป็นอันเสร็จพิธี คุณตาบุญมา แสนดี หมอช้างรุ่นเก่า อายุ 90 ปี บอกว่า วันนี้มีควาญช้างที่เป็นคนหนุ่มที่มีช้างเป็นของตนเอง เลี้ยงช้างมานาน มาขอให้ตนประกอบพิธีปะชิหมอช้างให้จำนวน 3 คน ก็ทำให้เขา เพราะตัวเองอายุมากแล้ว 90 ปีเต็ม ให้คนรุ่นใหม่ได้สืบทอดวิชา และพิธีปะชิหมอช้างต่อไป
       ทำบุญเลี้ยงพระประจำหมู่บ้าน
       รวมงานชุมนุมแซมซาย

       ร.ร. พระปริยัติธรรมวัดโพธาราม เตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ)
       ทำบุญแจกผ้าห่มและเกลือแก่ผู้ยากไร้ที่อินเดีย (ทำบุญแจกของอินเดีย)
       ขอเชิญร่วมทำบุญฉลองพระครูประภัทรจริยาภรณ์ วัดศรีบูรพาราม จ.สุรินทร์
       วัดไทยพุทธคยา อินเดีย วางศิลาฤกษ์อาคารพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย
       เชิญร่วมทำบุญทอดเทียน ๙ วัด ประจำปี ๒๕๕๓
       ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนหนองโสนวิทยาทุกคน ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี
       ขอเชิญร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ บ้านอาวอก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552
       นักศึกษาชาวอเมริกาเดินบิณฑบาตออกหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

       ทำบุญโครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมกวย
       ทำบุญโครงการสร้างช้างเผือกที่ใหญ่ที่สุด
       ทำบุญโครงการสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล อินเดีย
       ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนการตั้งมูลนิธิกวย
       นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชันทำกิจกรรมความดี
       อนุโมทนาบุญผู้ร่วมสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน


 

   

       ประวัติครูอาจารย์
       บรรพบุรุษกวย
       ประวัติศาสตร์กวย


       โครงการจัดสร้างสำนักวิปัสสนากรรมฐาน
       หลักปฏิบัติ
       กิจกรรมการปฏิบัติ
       ระเบียบการปฏิบัติ
       ติดต่อเข้าปฏิบัติ
       แผนที่การเดินทาง


       สังเวชนียสถาน
       ลุมพินี
       ราชคฤห์
       นาลันทา
       พุทธคยา
       สารนาถ
       ไวสาลี
       สังกัสสะ
       สาวัตถี
       กุสินารา
       อชันตา
       แอลโลร่า
       ประวัติเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       ประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ อินเดีย*
       ประวัติพระปางปฐมเทศนา สารนาถ
       ประวัติหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       ประวัติหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทา อินเดีย


       พุทธคยา ดงคสิริ ราชคฤห์ นาลันทา
       สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
       สังเวชนียสถาน และถ้ำอชันตา แอลโรล่า
       สังเวชนียสถาน และทัชมาฮาล
       แนะนำไหว้พระอินเดีย - ตามรอยบาทพระศาสดา


       เช่าบูชาหลวงพ่อพระพุทธเมตตา อินเดีย
       เช่าบูชาพระปางปฐมเทศนา สารนาถ หินดำแท้ อินเดีย
       เช่าบูชาหลวงพ่อองค์ดำ นาลันทาแท้ อินเดีย
       ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างโรงพยาบาลภูริปาโล อินเดีย
       เช่าบูชากุมารน้อย หรือเบบี้บุดด้า Baby Buddha
       เช่าบูชาพระปางปรินิพพาน กุสินารา
       เช่าบูชาเจดีย์พุทธคยา อินเดีย
       เช่าบูชาล็อคเก็ตพระพุทธเมตตา ล็อคเก็ตอินเดีย


       แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว
       ทางตอนเหนือ ประเทศกัมพูชา
       จังหวัดสุรินทร์
       จังหวัดศรีสะเกษ
       จังหวัดบุรีรัมย์
       จังหวัดอุบลราชธานี
       จังหวัดสุพรรณบุรี
       จังหวัดสระแก้ว


       ข่าวสด
       มติชน
       สยามรัฐ
       คมชัดลึก
       เดลินิวส์
       ไทยรัฐ


ศูนย์กลางการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมกวย (ส่วย)
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ คณะสลัก ๓ ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โทร/โทรสาร. ๐๒-๒๒๑-๘๘๙๑, ๐๒-๒๒๓-๖๓๕๒, ๐๘๑-๗๒๑-๕๒๔๑
© COPYRIGHT 2008 ALL RIGHTS RESERVED WWW.KUAY.ORG